ลับลอกเป็นชู้ เรื่องกรรมที่ย้อนมาจากประสบการณ์จริง

ลับลอกเป็นชู้ เรื่องกรรมที่ย้อนมาจากประสบการณ์จริง

ผมยอมรับอย่างไม่กระดากเลยว่า ผมเป็นคนเลว คนบาป ทำแต่กรรมชั่วมามากมาย ศีลทั้ง 5 ข้อ ไม่เคยอยู่ในจิตใจผมเลยแม้แต่ข้อเดียว ผมจะไม่โยนความผิดหรือบาปนั้นไปให้กับเหตุการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกสิ่งที่ผมได้กระทำลงไปแล้วนั้น มันเป็นเพราะจิตที่ใฝ่ต่ำของผมเอง ทั้งๆ ที่ผมมีทางที่จะหลีกเลี่ยง ไม่ให้มันเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นมาก็ได้

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2506 ตอนนั้นผมกำลังอยู่ในวัยเบญจเพศพอดี ผมไปหากินอยู่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยอาศัยอยู่กับครอบครัวของคนบ้านเดียวกันซึ่งผมเรียกเขาว่าพี่ทั้งสามีและภรรยา ครอบครัวของเขาอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ สามี ภรรยาและลูกชายอายุไม่ถึง 6 ขวบ ภรรยาของเขาค้าขายในตลอดเก่า ส่วนสามีนั้นเป็นช่างและเป็นเจ้าของร้านถ่ายรูป ผมอยู่กับเขานานเข้า ความใกล้ชิดสนิทสนมถือกันเป็นญาติพี่น้องก็เป็นของธรรมดา

เหตุการณ์เกิดขึ้นในคืนหนึ่ง คืนนั้นพี่ผู้ชายไปธุระในจังหวัดและค้างคืน ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ ไม่เกิน 22.00 นาฬิกา ลูกชายก็หลับไปแล้ว เวลาดังกล่าวผมกำลังนอนอ่านหนังสือนิยายอยู่ จู่ๆ ผมก็สะดุ้งสุดตัว เพราะพี่ผู้หญิงแกย่องมานั่งลงข้างเตียงนอนของผม เธออยู่ในชุดนอนที่บางมาก บางจนมองเห็นอะไรต่อมิอะไรทะลุปรุโปร่งไปหมด

มิหนำช้ำ เธอยังส่งยิ้มอันแสนจะยั่วยวนให้อีกด้วย เมื่อสายตาของผมกราดไปเห็นอะไรต่อมิอะไรเข้า ใจมันก็เกิดความปรารถนาขึ้นมา ผมพยายามหักห้ามใจตนเองด้วยการพูกกับเธอว่า “พี่ลงมาทำไม กลับขึ้นไปนอนเสียไป๊ ใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดีไม่งาม”

แทนที่จะเธอจะพูดตอบและกลับขึ้นไปยังชั้นบนซึ่งเป็นห้องนอนของเธอ เธอกลับขยับเข้ามาชิดผมมากเข้าไปอีก ทำให้ส่วนท้ายของเธอเบียดกับขาผมพร้อมกับเลื่อนมือมาจับขาผมไว้ ผลที่สุด ผมก็ทนแก่ความต้องการไม่ไหว ก็ได้ล่วงละเมิดศีล ข้อ 3 ตั้งแต่บัดนั้นมา และเป็นมาอยู่เรื่อยๆ

วันหนึ่ง เธอมาพูกกับผมว่าเธอจะขอแยกทางกับสามีของเธอแล้วจะอยู่กับผมอย่างออกหน้าออกตา ผมรีบปฏิเสธทันที และยังเตือนเธอว่าอย่าได้กระทำอย่างนั้น แค่นี้ผมก็ละอายแก่ใจเต็มทีแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอม ผมจึงหาโอกาสหนีจากเธอโดยที่เธอไม่รู้ว่าผมไปอยู่ที่ไหน

เวลาผ่านไปได้ไม่ถึง 2 เดือน เธอก็ตามมาพบผมที่ลำปาง เธอนัดให้ผมไปพบ เมื่อตกลงกันที่โรงแรมที่เธอพักอยู่ ความจริงตอนนี้ถ้าผมจะหลีกเลี่ยงหรือหลบหน้าเธอไปเสีย ก็คงจะสิ้นเรื่องราวกันไปแล้ว แต่ตัณหาครับ ความอยากเพราะความเคยได้ ทำให้ผมก้าวลงอเวจีไปอีกจนได้ กว่าจะสลัดจากเธอได้ก็กินเวลาหลายวันทีเดียว

ผมมาทราบทีหลังว่า เธอแยกกับสามีเธอจริงๆ สามีเธอปวดร้าวมากเพราะเธอทิ้งลูกน้อยไว้ให้และไม่ทราบว่าไปอยู่แห่งหนตำบลใด สามีเธอได้รับความลำบาก ไม่เป็นอันทำมาหากิน จนเป็นบ้าไปพักหนึ่ง

พอผมหนีจากเธอได้ ผมก็รีบแต่งงานทันที ผมอยู่กับภรรยาจนมีลูก 1 คน ลูกกำลังไม่ถึงขวบ ผมก็บังเอิญพบกับหญิงสาวคนใหม่ ภรรยาใหม่ของผมอยู่ในฐานะค่อนข้างมีอันจะกิน อาชีพค้าขายและมีพี่สาวที่แต่งงานแล้วแต่ยังสวยไม่สร่างอยู่คนหนึ่ง เป็นเจ้าของร้านอาหาร

ผมกับภรรยามักจะมาช่วยพี่สาวขายกับข้าวอยู่เสมอ วันไหนผมไม่ว่างก็ให้ภรรยามาช่วย ผมกับพี่สาวอายุใล่ๆ กัน ความใกล้ชิดสนิทสนมฉันญาติก็ทำให้ไม่ถือสาอะไร นานวันเข้า พี่สาวของภรรยากับผมก็ถลำลึกลงไปถึงอเวจีด้วยกันอีก เหตุการณ์แห่งความชั่วช้าเป็นมาอย่างราบรื่น สนุกสนานตามความคิดของคนเลว โดยที่ภรรยาของผมและสามีของพี่สาวไม่ระแคะระคายเลย จนกระทั่งผลของกรรม ตามมาทันเข้า

เย็นวันหนึ่งผมได้ไปนั่งดื่มเหล้ากับพรรคพวกที่ร้านอาหารอีกแห่งหนึ่ง พรรคพวกซึ่งแกคงทนไม่ได้ที่เห็นเพื่อนเป็นควายมานาน จึงได้เล่าพฤติการณ์ของภรรยาของผมให้ผมฟังว่า “เฮ้ย เมื่อกี้ข้าเห็นเมียเอ็งเข้าโรงแรมม่านรูดกับเจ้าตำรวจที่เคยมากินอาหารที่ร้านเอ็งบ่อยๆ ด้วย”

พอผมทราบเท่านั้นแหละ ผมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยทีเดียว ผมขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วมาก เพราะความโมโห แต่แล้ว “โครม” รถผมเสยท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ที่กำลังจะชิดซ้ายจอดข้างทางอย่างจัง แถบซ้ายทั้งแถบของรถผมพังยับเยิน ส่วนรถบรรทุกไม่เสียหายอะไร จึงไม่มีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล

จิตใจของผมตอนนั้นไพล่ไปคิดว่าเป็นเพราะเมียมีชู้จึงทำให้ซวย โดยไม่คิดถึงกรรมที่ตนเองได้กระทำมาแม้แต่น้อย ผมกลับถึงบ้านก็พอดีกับที่ภรรยาผมลงจากรถนายตำรวจที่เพื่อนพูดถึงพอดี ผมปวดร้าวมาก ปวดหัวใจเหลือที่จะกล่าว ผมเพิ่งจะทราบว่าพิษของการถูกแย่งของที่ตนรักนั้นเป็นอย่างไร ผมแยกทางกับภรรยาและเริ่มเอาเหล้าเป็นที่พึ่ง สำมะเลเทเมาจนเกือบจะเสียผู้เสียคน

ดีแต่ว่าหัวหน้างานท่านคงจะสังเวชหรือทุเรศก็ไม่ทราบ ท่านจึงพาออกท้องที่เสียนาน และพาไปเกลี้ยกล่อมจนสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง ความรัก ความแค้น จึงจางลง

ทว่ามันก็ไม่ได้ลบรอยขาดหายไป มันยังเป็นรอยขีดข่วนอยู่อย่างนั้น

บัดนี้ ผมปลงตกแล้ว เพราะผมได้พบกับทางสงบ ทางสว่างอันแท้จริง

นี่แหละ กรรมใดใครก่อไว้อย่างไร ย่อมได้รับผลกรรมนั้นไม่ช้าก็เร็ว

ขอบคุณข้อมูล : หนังสือเงากรรม (โลกทิพย์)

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *