ขายกล้วยจนรวย “กล้วยน้ำว้ายักษ์” ปลูกขาย สร้างรายได้งาม

ขายกล้วยจนรวย “กล้วยน้ำว้ายักษ์” ปลูกขาย สร้างรายได้งาม

“กล้วย” เป็นผลไม้ที่หลายคนมองผ่าน เพราะคิดว่าเป็นผลไม้พื้นบ้านธรรมดา แต่ผลวิจัยทางการแพทย์แผนโบราณและแผนปัจจุบันยืนยันแล้วว่า กล้วย เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณในการป้องกันโรค และบรรเทาอาการเจ็บป่วยของโรคต่างๆ ได้ไม่ต่ำกว่า 10-15 โรค โดยเฉพาะ กล้วยน้ำว้า ถือเป็นพืชสมุนไพรมหัศจรรย์ กรมอนามัย ยืนยันว่า กล้วยน้ำว้า มีวิตามินซี แคลเซียมสูงมาก กินวันละ 4 ลูก จะได้แคลเซียมพอดี รวมทั้งโพแทสเซียม มีโปรตีนครบเหมือนนมแม่ มีฮิสโตแฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการหลั่งเอ็นโดรฟิน เมื่อกินกล้วยแล้วจะทำให้มีความสุข หลับสบาย

เป็นความบังเอิญเมื่อครั้งไปเยี่ยมญาติที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี หลังบ้านญาติมีกล้วยน้ำว้ากลายพันธุ์ ลำต้นสูงใหญ่ กล้วยแต่ละลูกมีขนาดใหญ่กว่ากล้วยน้ำว้าทั่วไปเท่าตัว เอาสายวัดขนาดรอบผล 8 นิ้ว ตัดลูกเอามาพิสูจน์รสชาติ ปรากฏว่ารสหวาน เนื้อแน่น เอาไปทำกล้วยเชื่อม กล้วยสีสวยเนื้อแน่นคล้ายสาเก

ด้วยกลัวว่ากล้วยน้ำว้ายักษ์ต้นนี้จะสูญพันธุ์ คุณ พัชรี ตุษยะเดช เกษตรกร ต.หนองปรือ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จึงขุดหน่อพันธุ์ ให้อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทำการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเนื้อเยื่อ ระหว่างรอผลความสำเร็จ ได้ศึกษาหาข้อมูลเรื่องตลาดและราคาตามตลาดค้าส่ง ได้ข้อมูล กล้วยสวน หวีใหญ่มีมากเท่าไรตลาดรับซื้อหมดให้ราคาหวีละ 30-70 บาท ราคาค่อนข้างดี

“หลังเพาะเนื้อเยื่อสำเร็จ นำไปปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ ลงกล้วย 100 ต้น ปล่อยทิ้งขว้าง ปลูกกล้วยไม่ต้องลงทุนมาก ปุ๋ยก็ไม่ใส่ เหมือนทิ้งไว้ให้เทวดา เลี้ยง แค่ดูแลอย่าให้หญ้าขึ้นรก พื้นที่โปร่ง ลมถ่ายเทสะดวก ป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราเพื่อ ให้ลูกกล้วยผิวสวยหลังจากกล้วย ออกเครือ ต้องตัดแต่งใบแห้งทิ้งให้ หมด เพราะไม่อย่างนั้นเวลาลมพัดใบจะไปสีทำให้กล้วยมีรอยดำ และควรดูแลรอบโคนต้นให้โล่งโปร่ง ป้องกันไม่ให้มีหนอนกอระบาด กับคอยหาไม้มาค้ำคอต้น ตอนกล้วยอายุได้ 9 เดือน เริ่มออกเครือต้องค้ำเพราะเครือจะใหญ่มาก ถ้าไม่ใช้ไม้ค้ำ กว่ากล้วยจะแก่ตัดขายได้ คอต้นต้องหักแน่ๆ เพราะกล้วยแค่ 3 ลูก หนัก 1 กก. เครือหนึ่งมีสิบกว่าหวี หวีหนึ่งมีสิบกว่าลูก รวมแล้วหนักร่วม 40-50 กก.”

การเลือกพื้นที่ปลูก

ต้นกล้วยเติบโตดีในสภาพดินร่วนปนทราย เวลาปลูกพืช รากของพืชจะเติบโตได้สะดวก เวลาใส่ปุ๋ย พืชจะตอบสนองได้ดี เจริญงอกงามได้อย่างเต็มที่ ยิ่งมีแหล่งน้ำท่าสมบูรณ์ เท่ากับเจ้าของที่ดินถูกหวย เพราะดินดี น้ำดี ก็ได้ผลผลิตที่ดีโดยปริยาย ต้นกล้วยน้ำว้ายักษ์สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ แม้แต่ในพื้นที่ท้องนาก็ปลูกกล้วยได้ แต่ต้องลงทุนยกร่องสักหน่อย เพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังตลอด

การบริหารจัดการแปลง

คุณ พัชรี เริ่มปลูกมะพร้าวก่อนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จึงค่อยมาปลูกต้นกล้วยแซมร่วมแปลง เมื่อช่วงต้นฤดูฝน ปี 2558 ปัจจุบัน ต้นกล้วยอายุประมาณ 8 เดือน กำลังเริ่มให้ผลผลิตได้แล้ว ในอนาคต เมื่อกล้วยน้ำว้ายักษ์ที่ปลูกเก็บเกี่ยวครบ 3 รุ่น ก็จะรื้อแปลงออก ให้เหลือแต่ต้นมะพร้าวน้ำหอมเพียงอย่างเดียว และย้ายพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้ายักษ์ไปยังพื้นที่ว่างบริเวณใกล้เคียง

เนื่องจากสภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ทำให้ดินมีความร้อนเยอะ และยากในการบริหารจัดการน้ำสำหรับต้นมะพร้าว จึงแก้ไขโดยใช้รถไถติดสว่านปั่นขุดหลุมข้างต้นมะพร้าว เอาน้ำใส่หลุมในช่วงหน้าแล้ง และเอาปุ๋ยขี้ไก่มาใส่ในแปลงเพื่อบำรุงต้น การตัดสินใจปลูกกล้วยและมะพร้าวน้ำหอมร่วมแปลงเดียวกัน นับเป็นผลดีต่อการเติบโตของต้นมะพร้าว เพราะได้อาศัยร่มเงาของต้นกล้วย ช่วยรักษาความชุ่มชื้นแก่ต้นมะพร้าว

การปลูกดูแล

โดยทั่วไป การปลูกกล้วยน้ำว้า สามารถใช้ หน่อใบแคบ หรือต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะปลูกเลี้ยงเนื้อเยื่อมาปลูกในหลุมปลูก ขนาด 50x50x50 เซนติเมตร แต่สำหรับกล้วยน้ำว้ายักษ์พันธุ์นี้ ควรปลูกในระยะห่าง ระหว่างต้นประมาณ 6×6 เมตร ในหลุมปลูก ขนาด 70 (80) x 70 (80) x 70 (80) เซนติเมตร เพราะกล้วยน้ำว้ายักษ์มีขนาดลำต้นสูงใหญ่ หากไม่ขุดหลุมปลูกให้ลึก แค่ปลูกปีแรกรากต้นกล้วยก็จะเริ่มลอยแล้ว เมื่อต้นกล้วยตกเครือก็มีโอกาสล้มได้ง่าย หากปลูกกล้วยน้ำว้ายักษ์ในระดับความลึกที่เหมาะสม กล้วย รุ่นที่ 2-3 ก็จะไม่ประสบปัญหาเหง้าลอย

การตัดแต่งหน่อกล้วย

หลังจากปลูกประมาณ 3-4 เดือน จะมีหน่อขึ้นมารอบๆ โคนให้ตัดไปเรื่อยจนกว่าจะเริ่มออกปลี หลังปลูกแล้วประมาณ 7-8 เดือน ควรมีการไว้หน่อทดแทน 1-2 หน่อ โดยหน่อที่ 1 และที่ 2 ควรมีอายุห่างกัน ประมาณ 4 เดือน เพื่อให้ผลกล้วยมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเลือกหน่อที่อยู่ในทิศทางที่ตรงกันข้าม

การตัดแต่งใบกล้วย

ควรตัดแต่งใบกล้วย เมื่อต้นกล้วยเริ่มโตจนถึงเก็บเกี่ยว โดยเลือกใบแก่และใบที่เป็นโรคออก ตัดให้เหลือประมาณ 7-12 ใบ เพื่อป้องกันต้นกล้วยโค่นช่วงออกปลี เพื่อใช้ใบปรุงอาหาร และเพิ่มความเจริญเติบโตของผลกล้วย

การค้ำต้นกล้วย

ต้นกล้วยหลังจากตกเครือแล้ว เสี่ยงกับการหักกลางต้นได้ง่าย เนื่องจากเครือกล้วยน้ำว้ายักษ์มีน้ำหนักมาก เพื่อป้องกันการเสียหายจากการหักล้ม ต้องใช้ไม้ค้ำกล้วยหลังตกเครือแล้ว ด้วยไม้รวก เสี้ยมปลายด้านที่จะใช้ปักลงดินทั้ง 2 อัน แล้วผูกเชือกปลายไม้ทั้งสองอันนี้ โดยให้เหลือส่วนปลายไม้ด้านบน อันละ 30 เซนติเมตร เพื่อทำหน้าที่รับน้ำหนักต้นกล้วยน้ำว้ายักษ์ จากนั้นให้ถ่างไม้ทั้งสองไขว้กันเป็นลักษณะคีม แล้วนำไปค้ำต้นกล้วยบริเวณที่ต่ำลงมาจากตำแหน่งเครือกล้วย ประมาณ 30-50 เซนติเมตร

สำหรับรายได้จากการขายกล้วยยักษ์ คุณ พัชรี บอกว่า กล้วย 1 เครือ มี 10-13 หวี จะขายได้ประมาณ 400-530 บาท พื้นที่ 1 ไร่ ช่วยทำรายได้ 40,000-53,000 บาทต่อปี นอกจากขายลูกได้แล้ว ใบกล้วยน้ำว้ายักษ์มีขนาดใหญ่ขายได้ กก.ละ 60-80 บาท และหลังจากเห็นว่าปลูกกล้วยยักษ์รายได้งามไม่ต้องลงทุนมาก จึงขยายพื้นที่ปลูกออกไปอีก เอาหน่อกล้วยจากแปลงเดิมไปลงปลูกเพิ่มอีก 40 ไร่

หากใครสนใจอยากเยี่ยมชมสวนกล้วยน้ำว้ายักษ์แห่งนี้ หรือสนใจอยากได้กล้วยน้ำว้ายักษ์ไปใช้บริโภคหรือใช้ในงานพิธีกรรมต่างๆ อยากได้หน่อพันธุ์ไปปลูก ติดต่อกับ คุณพัชรี ตุษยะเดช ได้ตามที่อยู่ข้างต้น เบอร์โทร. 084-548-9000 และ 086-128-8000

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : คุณ พัชรี ตุษยะเดช , www.technologychaoban.com , www.thairath.co.th

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *