ผีเสื้อในมือโยม จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด (ข้อคิดดีๆที่อยากให้อ่าน)

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

ผีเสื้อในมือโยม จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด (ข้อคิดดีๆที่อยากให้อ่าน)

พระรูปหนึ่ง เข้าไปเก็บฟืนในป่า หลังจากเก็บได้พอประมาณก็แบกฟืนกลับวัด พอเดินใกล้จะถึงวัด ก็เจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังไล่จับผีเสื้ออยู่ และเขาก็จับผีเสื้อได้ตัวหนึ่ง

เด็กหนุ่มถาม “หลวงพี่ เรามาพนันกันไหม?”

พระหนุ่มถามตอบ “พนันยังไงล่ะโยม?”

“หลวงพี่ลองทายดูสิครับว่าผีเสื้อที่อยู่ในมือผมนี่ตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่? ถ้าหลวงพี่ทายผิด ฟืนมัดนี้ก็เป็นของผม!” เด็กหนุ่มตอบ

เมื่อหลวงพี่ได้ฟังกติกาก็พยักหน้าว่าเข้าใจ จากนั้นก็ เอ่ยขึ้นว่า

“อาตมาว่ามันตายแล้ว!” เด็กหนุ่มแบมือที่กุมผีเสื้อไว้แล้วหัวเราะชอบใจ

“หลวงพี่แพ้ผมแล้ว ฮ่าๆ” ผีเสื้อตัวน้อยบินออกจากมือของเด็กหนุ่ม

“ดีแล้วๆ งั้นฟืนมัดนี้ก็เป็นของโยมละสินะ” กล่าวเสร็จก็ถอนหายใจแล้วเดินยิ้มจากไป

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่า ทำไมหลวงพี่ต้องทำท่าทีเหมือนดีใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจไต่ถาม ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายยิ้มบ้าง จากนั้นก็หอบเอาฟืนขึ้นบ่าแบกกลับบ้านด้วยความดีใจ

เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อของเขาถามว่า ไปเอาฟืนมาจากไหนซะมัดโต?

เด็กหนุ่มเล่าเรื่องราวที่พนันกับหลวงพี่ ให้พ่อฟังอย่างละเอียด เมื่อพ่อของเด็กหนุ่มฟังจบ ก็ใช้มือตีไปที่ลูกชายหนึ่งที

“แกนะแก! โง่ซะไม่ไว้หน้าพ่อแม่เลยนะ!” จากนั้นก็สั่งให้ลูกชายแบกฟืนเดินตามไปที่วัด เมื่อเข้าไปหาหลวงพี่ พ่อของเด็กหนุ่มได้แต่นั่งไหว้ปลกๆ

“หลวงพี่ครับ ผมต้องขอโทษแทนลูกชายของกระผมด้วยนะครับ เจ้านี่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงจริงๆ”

หลวงพี่ได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร เมื่อเดินออกจากวัด เด็กหนุ่มก็ถามพ่ออย่าสงสัยว่าเขาไปทำอะไรผิดต่อหลวงพี่เหรอ?

“เพราะหลวงพี่ บอกว่าผีเสื้อตาย แกถึงปล่อยผีเสื้อให้รอด แกชนะ ได้ฟืนไป แต่หากหลวงพี่บอกว่าผีเสื้อเป็น แกก็จะบีบผีเสื้อให้ตายคามือ แกก็ชนะได้ฟืนไปเหมือนเดิม แต่ผีเสื้อตาย แกคิดว่าหลวงพี่รู้ไม่ทันความคิดชั่วๆของแกเหรอ? ที่หลวงพี่แพ้นะก็แค่ฟืนหนึ่งมัด แต่ชนะแกที่จิตเมตตาดวงใหญ่เบ้อเริ่มที่แกไม่มียังไงละ”

ครูคนแรกคือพ่อแม่

ครูคนที่สองคือครูในโรงเรียน

ครูคนต่อมาคือเรื่องราว ผู้คน สรรพสิ่ง

ครูคนแรกปลูกฝังคุณธรรม

ครูคนที่สองให้วิชาความรู้

ครูคนต่อมาสอนการเอาตัวรอดในชีวิตจริง

ครูไม่รักศิษย์ไม่เป็นไร แต่ครูพึงหวังดีต่อศิษย์

หากรักแต่ไม่หวังดีต่อศิษย์ ชีวิตศิษย์พัง!

สอนให้ศิษย์รู้แพ้รู้ชนะ รู้ดีรู้ชั่ว รู้ในน้ำใจไมตรี

เพราะคำว่าแพ้ ชนะ ได้ เสีย ทำให้ความดีของคนสูญ

สิ้นไปมากมายมหาศาล เรามักคิดว่าเราเป็นฝ่ายชนะ

แต่ที่จริงเราแพ้ต่างหาก และแพ้อย่างไม่มีชิ้นดีเสียด้วย

Cr. นุสนธิ์บุคส์ , rugyim.com

Facebook Comments
Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *