เมืองกรุง เมืองนอก นอกเมือง ต่างกันเช่นไร

เมืองกรุง เมืองนอก นอกเมือง ต่างกันเช่นไร

อยู่เมืองกรุง… ฉันตื่นเช้า รีบอาบน้ำ เปิดตู้เสื้อผ้า พยายามแหวกหาชุดที่ไม่ซ้ำกับเมื่อวาน หรือวันก่อน หรือวันก่อนหน้านั้นอีก… ฉันกลัวว่าใครจะทักว่าทำไมใส่ชุดซ้ำ… ฉันรีบลงลิฟต์ ถ้าได้กาแฟสักแก้วคงจะดี เพราะฉันยังเหนื่อยจากเมื่อวานอยู่… และเมื่อวานฉันก็เหนื่อยจากวันก่อน… และวันก่อนๆ… และวันก่อนหน้านั้นอีก… ฉันติดอยู่กลางถนน ก็เหมือนกับทุกวันนั่นแหละ แต่ฉันก็ยังตื่นเต้นกับมัน ราวกับรถติดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ทุกวันจันทร์

อยู่เมืองนอก… ฉันตื่นเช้า ใส่ชุดตัวสวยที่เตรียมมา รีบออกจากที่พัก มีที่สวยๆ อีกหลายที่ที่ฉันอยากไป ที่นี่ทุกอย่างแปลกใหม่… ฉันไม่จำเป็นต้องก้มหน้าหาสิ่งน่าสนใจในมือถืออีกแล้ว เพราะชีวิตฉันอยู่ตรงนี้… ที่นี่ เวลานี้เลย… ข้างนอกนี้น่าตื่นเต้น ผู้คนแปลกตา ฉันอยากยิ้มให้คนแปลกหน้า แต่พอใจกับการอมยิ้มไว้คนเดียว… รู้สึกว่าตัวเองอัธยาศัยดีขึ้น หรือไม่อย่างนั้นฉันก็เป็นบ้าไปแล้ว… เพราะฉันมีความสุขเหลือเกิน

อยู่นอกเมือง… ฉันตื่นเช้า ใส่ชุดตัวเดิมที่ใส่เมื่อสองวันก่อน ไม่มีใครจำได้หรอกว่าฉันใส่อะไรวันไหน… ฉันอาบน้ำ แต่งตัว เก็บที่นอน รถน้ำต้นไม้ ให้อาหารแมว ขับรถออกไปตลาด ทำกับข้าว ล้างจน อ่านหนังสือ… ทำเสร็จไปตั้งหลายอย่าง คงจะเที่ยงแล้ว… ฉันดูนาฬิกา เพิ่งจะแปดโมง… นี่เวลายังเดินอยู่รึเปล่า… ไม่รู้เคยรู้มาก่อนว่าชีวิตฉันมีเวลาเยอะขนาดนี้

อยู่เมืองกรุง… ฉันมีเพื่อนที่ทำงานหลายคน แต่มีน้อยคนที่ฉันกล้าเรียกว่า ‘เพื่อน’ จริงๆ… แต่ฉันยังสนิทกับเพื่อนสมัยมัธยม เพื่อนมหา’ลัยด้วย เรายังเจอกันบ่อยๆ… บ้างที่ร้านอาหารญี่ปุ่น บ้างในร้านไก่บอนชอน… “เป็นไงบ้างแก ที่ทำงานเป็นไง ชีวิตตอนนี้ดีมั้ย อัพเดทให้ฉันฟังเร็ว” เราถามกันประจำ

อยู่เมืองนอก… ฉันไม่มีเพื่อนสักคนเดียว… แต่แปลก… ฉันรู้สึกเป็นคนสำคัญ… เหมือนกับโลกทั้งใบกำลังหมุนรอบฉัน… เพื่อนของฉันอยู่ไกลไปสามพันไมล์ แต่ฉันไม่เหงา… เพราะฉันยังติดต่อกับทุกคนได้ ผ่านมือถือน้อยๆ เครื่องนี้… ทุกครั้งที่มีคนกดไลค์รูปที่ฉันอัพ… ฉันรู้สึกดี… รู้สึกว่าฉันยังเป็นคนสำคัญสำหรับพวกเขาอยู่

อยู่นอกเมือง… ฉันไม่รู้จักใครสักคน… แต่ทุกคนกลับนับฉันเป็นเพื่อน ก็แปลกดีเหมือนกันนะ… พวกเขาแวะมาหาทั้งๆ ที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งเดียว เลี้ยงข้าวฉันทั้งที่เราไม่ได้นัดประชุมหรือทำธุรกิจร่วมกัน เขาถามฉันว่า อร่อยมั้ย และยินดีจะไปทอดไข่เจียวให้ถ้าฉันกินอาหารพื้นบ้านไม่เป็น

อยู่เมืองกรุง… มีคนบ้ายิ้มให้ฉันในรถไฟฟ้า… ฉันหลุบตาและทำเป็นเล่นมือถือ… เขาสติดีรึเปล่า… ลึกๆ ฉันรู้สึกผิดเหมือนกันนะ ฉันควรจะยิ้มกลับให้เขารึเปล่า… แต่จะรู้ได้ยังไงว่าเขาเจตนาดี… ฉันพิมพ์หาเพื่อน… เล่าให้ฟังว่าใครไม่รู้มายิ้มให้… เพื่อนฉันส่งรูปยิ้มกลับมา… บอกฉันว่าให้ระวังตัว

อยู่เมืองนอก… ฉันยิ้มให้คนขายผลไม้… ยิ้มให้แม่ค้าขายไอศกรีม… คนเดินตั๋วรถเมล์ นักดนตรีเปิดหมวก และคนไร้บ้านที่กำลังเล่นกับหมาน้อย พวกเขายิ้มตอบให้ฉัน… บางคนทักทายกันเวลาเดินผ่าน บางคนเข้ามาช่วยเวลาฉันหลงทาง… ดีจัง ถ้าทำแบบนี้ได้ที่เมืองไทยคงจะดี

อยู่นอกเมือง… ทุกคนยิ้มให้ฉัน รู้สึกไม่ดีเลยที่จำชื่อพวกเขาไม่ได้ แต่อย่างน้อยฉันก็ยิ้มตอบทุกคน… ฉันคงนิสัยเสียมากถ้าเขายิ้มให้แล้วฉันทำเฉย… คนที่นี่เป็นอะไร ทำไมดีกับฉันอย่างนี้

อยู่เมืองกรุง… ฉันมีความสุข เพราะเพื่อนฉันอยู่ที่นี่ ครอบครัวฉันอยู่ที่นี่ งานฉันอยู่ที่นี่… แต่ฉันเหนื่อย บางวันล้า นานเข้าถึงกับท้อก็มี… ฉันถึงอยากไปเมืองนอก อยากไปพักผ่อน ไปทำใจให้สบาย ลืมเรื่องหนักๆ ในกรุงเทพฯ ฉันจะพักจนพอใจ หรือไม่ก็จนกว่าเจ้านายจะโทรตาม หรือจนกว่าเงินเก็บฉันจะหมด… แล้วฉันจะกลับมาทำงาน… ฉันจะขยันกว่าเดิม ทำงานหนักกว่าเดิม หาเงินให้ได้เยอะกว่าเดิม… เพื่อที่วันหนึ่งฉันจะได้อยู่เมืองนอกได้นานกว่าเดิม

อยู่เมืองนอก… ฉันมีความสุข เพราะทุกอย่างรอบตัวเป็นสิ่งใหม่… ฉันรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนเป็นคนใหม่ กล้าแสดงออกมาขึ้น อัธยาศัยดีขึ้น กังวลน้อยลง ฉันมีความสุขกับตัวเองมากขึ้น… เพื่อนๆ บอกว่าชีวิตฉันดี๊ดี และฉันเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน… แต่ฉันไม่อยากกลับไทย… ไม่อยากกลับไปเจอรถติด ควันพิษ อากาศร้อน… แต่ให้ทำไงละ… ฉันเป็นเพียงนกน้อย วันหนึ่งต้องบินกลับรัง… คงถึงเวลาที่ฉันต้องเรียนรู้ ที่จะมองหาข้อดีของรังตัวเองบ้างแล้ว

อยู่นอกเมือง… ฉันมีความสุข เพราะที่นี่ไม่มีเรื่องให้คิดมาก… ไกลกังวล… ที่นี่ฉันมีเวลาเป็นเพื่อน… ความสงบทำให้ฉันรู้จักตัวเองดีขึ้น… ตอนอยู่เมืองกรุงฉันอยากมีชีวิตดี๊ดี… พอไปเมืองนอก ฉันมีชีวิตดี๊ดีสมปรารถนา… แต่ที่นี่ นอกเมืองนี้ ฉันรู้สึกว่าฉันไม่จำเป็นต้องมีชีวิตดี๊ดีก็ได้… เพราะที่นี่ไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบ ฉันเลยไม่รู้ว่าอย่างไหนถึงจะเรียกว่าดี… ดีสำหรับฉันคืออะไรนะ… คือใจฉันเป็นสุขรึเปล่า… ถ้าฉันตื่นเช้าแล้วรู้สึกสดชื่น… นอนหลับแล้วรู้สึกเบาสบาย… ไม่มีเรื่องทำให้ขุ่นใจระหว่างวัน… นั่นละชีวิตดี๊ดีแบบที่ฉันมอง

ตอนอยู่เมืองกรุง… ฉันมีมาก แต่รู้สึกว่ามีไม่พอ

ตอนอยู่เมืองนอก… ฉันมีจำกัด แต่พอใจเท่าที่มี

ตอนอยู่นอกเมือง… ฉันไม่มีเลย แต่รู้สึกว่ามีเกินพอ

ขอบคุณข้อมูล : FWD Line

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *