รู้หรือไม่ ผลไม้ที่กินแล้ว สามารถนำมาปลูกใหม่ได้

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

รู้หรือไม่ ผลไม้ที่กินแล้ว สามารถนำมาปลูกใหม่ได้

ผลไม้บางชนิดเมื่อกินเสร็จแล้วก็สามารถนำส่วนที่เหลือมาปลูกใหม่ได้ จะมีผลไม้ชนิดไหนบ้าง และมีวิธีการปลูกยังไงตามไปดูพร้อมๆกันได้เลยค่ะ

รู้ไหมคะว่าผลไม้ที่เรานำมากิน บางชนิดก็สามารถนำไปปลูกต่อจนเกิดเป็นต้นใหม่ได้ ซึ่งผลไม้เหล่านี้นอกจากจะช่วยให้เราประหยัดเงินแล้ว ยังทำให้เราได้ใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์ ได้รับประทานผลไม้สด ๆ ได้จัดสวนสวย ๆ ปลูกผลไม้งาม ๆ ในบ้าน รวมถึงยังช่วยให้เราปลอดภัยจากสารเคมีที่อาจปนมากับผลไม้ที่เราซื้อด้วย ฉะนั้นทางที่ดีเรามาทำความรู้จักกับเหล่าผลไม้ที่กินแล้วปลูกใหม่ได้ พร้อมวิธีปลูกในกระถาง สำหรับปลูกในบ้านกันค่ะ

1. ส้ม

ขั้นตอนการนำเมล็ดส้มไปปลูกหลังกินเสร็จก็ไม่ยากเลย เพียงแค่นำเมล็ดประมาณ 15 เมล็ด ไปล้างแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นนำไปฝังลงในดินที่ระบายน้ำได้ดี ความลึกประมาณ 2-3 นิ้ว รดน้ำให้เรียบร้อย จากนั้นนำถุงพลาสติกคลุมกระถางเอาไว้ให้มิด พร้อมเจาะรูด้านบนประมาณ 4-5 รู เสร็จแล้วก็แค่นำต้นส้มไปเก็บไว้ในที่ที่มีแสงรำไรสลับกับวางให้โดนแดดโดยตรง ประมาณ 4-6 สัปดาห์ก็จะเริ่มมีใบอ่อน และเมื่อลำต้นมีความสูง 4-5 นิ้ว ค่อยย้ายต้นกล้าลงกระถาง

ภาพจาก gardenofeaden.blogspot

2. สับปะรด

การนำสับปะรดกลับมาปลูกใหม่สามารถทำได้ โดยนำหัวสับปะรด (บริเวณใบ) แช่ในน้ำให้โดนเฉพาะใต้โคนใบ แล้วรอจนกระทั่งมีรากงอกออกมา จากนั้นค่อยนำไปปลูกลงในกระถางและดินระบายน้ำได้ดี สำหรับการดูแลนั้นก็ไม่ยาก เพียงนำกระถางไปตั้งในที่ที่มีแดดสลับกับที่ร่ม แต่ไม่ควรวางในมุมอับหรือมีความชื้นสูง ที่สำคัญอย่าลืมหมั่นรดน้ำให้ดินชุ่มแต่ไม่แฉะด้วยนะคะ

ภาพจาก icreativeideas

3. แอปเปิล

ถ้าวันไหนเรากินแอปเปิลแล้วเกิดถูกใจในรสชาติของแอปเปิลลูกนั้นมาก ก็สามารถนำเมล็ดแอปเปิลที่อยู่ด้านในมาปลูกเพื่อเก็บไว้กินในอนาคตได้เลย โดยนำเมล็ดที่อยู่ในผลแอปเปิลทั้งหมดไปล้างให้สะอาด จากนั้นหุ้มด้วยกระดาษทิชชูแล้วเก็บไว้ในถุงพลาสติกอีกชั้น ผูกปากให้แน่นแล้วแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน ระว่างนี้ก็หมั่นเปิดเช็กเป็นระยะและระวังอย่าให้กระดาษและเมล็ดแห้ง เมื่อเริ่มมีต้นอ่อนสีขาวงอกออกมาค่อยย้ายลงไปปลูกในกระถาง โดยฝังไว้ในดินความลึกประมาณ 1-2 นิ้ว พร้อมกับนำไม้มาปักเป็นหลักและพันไว้กับต้นเป็นระยะ เมื่อครบ 3 เดือนจึงค่อยนำไม้หลักออก

ภาพจาก wonderfuldiy

4. สตรอว์เบอร์รี

รู้ไหมคะว่าสตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่สามารถนำมาปลูกใหม่ได้ไม่ยากเลย เพราะมีเมล็ดติดอยู่กับเนื้อเยอะมาก ๆ โดยให้เราทำการแงะเอาเมล็ดสตรอว์เบอร์รีออกมาล้างทำความสะอาดและปล่อยเมล็ดให้แห้งสัก 2-3 วัน จากนั้นนำแก้วมาตัดเอาช่วงฐาน โดยมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร พร้อมเจาะรูที่ฐานพอประมาณ เสร็จแล้วนำไปใส่ไว้ในแก้วอีกใบ เทดิน หว่านเมล็ด กลบดิน รดน้ำ รอไม่ต่ำกว่า 6 สัปดาห์จากนั้นก็นำไปปลูกในกระถางดี ๆ ได้เลยค่ะ

ภาพจาก permaculturenews

5. อะโวคาโด

การปลูกอะโวคาโดอาจจะยากและใช้เวลานานสักหน่อย แต่รับรองหากมีต้นอะโวคาโดอยู่ในบ้านก็คงดูเก๋และให้ความอร่อยได้ไม่น้อย โดยอะโวคาโดเองมีวิธีการปลูกคล้ายกันกับมันเทศ คือให้ผ่าเนื้อออกเพื่อเอาเมล็ดด้านใน ซึ่งในส่วนของอะโวคาโดจะมีเพียง 1 เมล็ด จากนั้นนำไม้มาเสียบกับเมล็ดประมาณ 3-4 ด้าน แล้วนำไปพาดไว้กับปากแก้ว โดยให้ด้านล่างของเมล็ดโดนน้ำครึ่งหนึ่ง รอสักประมาณ 6-8 สัปดาห์ เพื่อให้ต้นและรากงอก พอรากงอกยาว 6 นิ้วให้ตัดออก 3 นิ้ว แล้วรอจนกว่าใบจะขึ้น พอใบขึ้นเมื่อไหร่ก็ให้ย้ายเมล็ดไปปลูกในดินได้เลย แต่อย่าลืมว่าต้องปลูกโดยให้เมล็ดครึ่งหนึ่งอยู่เหนือดินด้วยนะ

ภาพจาก diyhowto

6. มะม่วง

มะม่วง ผลไม้สุดโปรดของคนไทยที่นำกลับมาปลูกใหม่ได้ง่าย ๆ โดยแกะเปลือกหุ้มเมล็ดออก แล้วนำเมล็ดในไปปลูกในดินร่วนหรือดินที่มีการระบายน้ำดีและสามารถหยั่งรากลึกได้ โดยฝังลงไปให้ลึกกว่าหน้าดินอย่างน้อย 1-2 นิ้ว ในปีแรกต้นมะม่วงจะโตเร็วมาก ดูแลด้วยการรักษาดินไม่ให้แห้งหรือแฉะเกินไป ถ้าจะให้ดีควรหมั่นตัดแต่งกิ่งและใบ ต้นมะม่วงก็จะแตกยอด เจริญเติบโต และออกดอกออกผลดีขึ้น

ภาพจาก artfullycraftedblog

7. กีวี

ผลไม้ประโยชน์เยอะอย่างกีวีก็นำกลับมาปลูกใหม่ได้อีกไม่ยาก เพียงแค่ผ่าผลกีวีแล้วขูดเอาเมล็ดด้านในออกมา จากนั้นนำเมล็ดไปแช่น้ำเพื่อเป็นการล้างเนื้อสีเขียว ๆ ออกจนหมด เสร็จแล้วนำกระดาษทิชชูพรมน้ำมาห่อเมล็ดเอาไว้ จากนั้นนำไปใส่ไว้ในภาชนะพลาสติกปิดซิปล็อก แล้วเก็บไว้ในพื้นที่ที่ไม่เย็นมากนัก เช่น ประตูตู้เย็นหรือช่องแช่ผัก ระหว่างนี้ก็คอยเช็กและพรมน้ำให้กระดาษชื้นอยู่ตลอดเวลาในทุก ๆ วัน จนกว่าเมล็ดจะโต พอเริ่มมีต้นอ่อนก็นำไปปลูกในกระถางได้เลย

ภาพจาก growingwildceeds

ผลไม้พวกนี้เป็นผลไม้ที่เรากินกันบ่อย ๆ ฉะนั้นในเมื่อชิ้นส่วนของมันสามารถนำมาปลูกได้ ก็อย่าลืมปลูกไว้กินเล่น อร่อยเพลิน ประหยัดงบ แถมยังช่วยให้ห่างไกลจากสารเคมีได้ง่าย ๆ ด้วย

นอกจากการปลูกกินเองจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้แล้ว ยังปลอดภัยจากสารเคมีอีกด้วยนะคะ ใครสนใจก็ลองนำวิธีนี้ไปปลูกดูที่บ้านกันค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก simplehouseholdtips, treehugger, urbansurvivalsite, edibletropicalplants, wonderfuldiy, diyhowto

Facebook Comments
Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *