ไฟเกษตร และ แนวทางการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

ไฟเกษตร และ แนวทางการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

เชื่อว่าบางท่านอาจจะสงสัยว่า ไฟเกษตร ที่ว่านี้ คืออะไร แต่ต่างจากไฟฟ้าในบ้านเรือนทั่วไปหรือไม่ ซึ่งความหมายจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ได้ให้ความหมายว่า

ไฟเกษตร คือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟต่าง ๆ เป็นต้น

SONY DSC

วิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตรและหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ 9 ข้อดังนี้

1. ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าพื้นที่นั้นไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใดๆ ของทางราชการ

2. ต้องมีเส้นทางสาธารณะที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวกสบาย

3. สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายได้โดยวิธีปักเสาพาดสายไฟเข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้

4. ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่และชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า

5. ต้องระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่างๆ เป็นต้น

6. ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตรและต้องไม่ใช่ที่ดินที่ถือครองโดยบริษัทฯเอกชนรายใหญ่

7. เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมป์ ต่อ 1 ราย

8. ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2 (ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1 (เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้าเดียวกัน

9. ค่าใช้จ่ายในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (PEA. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการขยายเขต)

เอกสารที่ต้องเตรียม

-ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ

– สำเนาทะเบียนบ้าน

– สำเนาโฉนดที่ดิน

– สำเนาบัตรประชาชน

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

15(45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,450 บาท

15(45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,350 บาท

ตัวอย่างการขอไฟเกษตรและรายละเอียดที่ควรรู้

1.ขอบ้านเลขที่

แน่นอนว่าการขอไฟฟ้ามาลงที่บ้านของเราที่อยู่ในไร่นั้น จำเป็นที่จะต้องมีบ้านเลขที่ในการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ในการขอบ้านเลขที่นั้นถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกลหมู่บ้าน เราจำเป็นที่จะต้องสร้างเพิงพักหรือทำเป็นบ้านถาวรเลยก็ได้

และสิ่งต่อไปที่จะต้องสร้างควบคู่กันกับบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นก็คือ ห้องน้ำ เพราะการมีห้องน้ำจะเปรียบเสมือนว่าเราจะมาอยู่ถาวร (ถึงแม้ว่าคุณยังไม่ได้อยู่ถาวรตอนนี้เลยก็ตาม) ฉะนั้นห้องน้ำจึงมีความจำเป็นมากสำหรับใช้ประกอบหลักฐานในการขอบ้านเลขที่

หลังจากที่มีบ้านพัก เพิงที่พัก เถียงนาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เหมือนกับที่พัก เราจะต้องถ่ายรูปที่พักและห้องน้ำไปให้อนามัยในพื้นที่มาตรวจพร้อมกับเซ็นต์เอกสารรับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ จากนั้นก็นำหนังสือไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้านหรือผู้รับผิดชอบในการขอบ้านเลขที่ต่อไป

จากนั้นให้นำหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านไปยื่นต่อที่อำเภอเพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้เราก็จะมีสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว

2. ยื่นเรื่องกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

นำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของแต่ละท่าน อาจเป็น อบต. หรือเทศบาลก็แล้วแต่ว่าพื้นที่ของเราอยู่ในเขตไหน เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกเอกสารเพื่อรับรองโดยแนบสำเนาทะเบียนบ้านของเราและเพื่อนบ้านไปพร้อมกัน

3. ยื่นเรื่องที่การไฟฟ้าในอำเภอของตนเอง

ยื่นเรื่องไว้ที่การไฟฟ้าในอำเภอของเรา แล้วกรอกเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นการยื่นเรื่องไว้รอและต้องถามความเป็นไปได้ในการที่จะได้ไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ด้วยนะคะ แนะนำให้รวมกลุ่มกันมาก ๆ 3 หลัง 5 หลังหรือมากกว่า จะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูล : siamnews

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *