หลุมพอเพียง การปลูกพืชแบบชาญฉลาด โดยให้พืชดูแลกันเอง

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

หลุมพอเพียง การปลูกพืชแบบชาญฉลาด โดยให้พืชดูแลกันเอง

หลุมพอเพียง คือ การปลูกพืชหลายอย่างในหลุมเดียว หลุมที่ว่านี้ไม่ได้สภาพเป็นหลุมลึก ๆ แต่เป็นการปลูกพืชเป็นกลุ่มขนาดที่นำาลองทําคือ ขนาดเสอนผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร แต่สําหรับคนที่มีพื้นที่ว่าง เพื่อเตรียมปลูกพืช อาจจะทําหลายๆหลุม ขนาดที่กําลังพอแรง คือขนาดกว้าง 80 – 100 เซนติเมตร จะทําวงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ระยะห่างระหว่างหลุม 4×4 เมตร ถ้ามีพื้นที่ 1 ไรีจะได้100 หลุม หรือถัาไม่มีที่เป็นผืนก็สร้างหลุมไว้ตามหัวไร่ปลายนา มุมบ้าน หลังครัว ขอบ บ้อนํ้า ริมทางเดิน ได้หมด

พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าคณะตําบลจุมจัง ศูนย์พัฒนาคุณธรรม จ.กาฬสินธุ์ วัดป่านาคํา หมู่6 บ้านโคกกลาง ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของแนวคิดหลุมพอเพียง พร้อมด้วยนายประจักร ลือฉาย นายกองค์การบริหารส่วนตําบลจุมจัง ได้นําสื่อมวลชน ซึ่งประกอบด้วย ทีมข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์แหรงประเทศไทยของสํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ผูเสื่อข่าวเอ็มทีเคเบิ้ลทีวี และผู้สื่อข่าวเจมส์เคเบิ้ลทีวีเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหรือ จุมจังโมเดล ของนายผจญ ธุระพันธุ์ บ้านจุมจัง หมู่ที่ 1 ต.จุมจัง ซึ่งเป็นแปลงเกษตรประณีต 1 ไร่ไม่ยากไม่จน ที่นําเอาเครื่องมือที่มีชื่อว่า หลุมพอเพียง มาใช่ในการทําการเกษตรแบบพอเพียงจนประสบผลสําเร็จอย่างงาม จากนั้นไดเไปเยี่ยมชมหลุมพอเพียงของโรงเรียนจุมจังพลังราษฎร์ ซึ่งเป็นอีกสถานศึกษาหนึ่งที่นําโครงการฯไปขยายผลจนประสบผลสําเร็จเช่นกัน

พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าคณะตําบลจุมจังกล่าวว่า ได้เริ่มโครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มาตั้งแต่ปี2540ด้วยการลองผิดลองถูกแต่ไม่ประสบผลสําเร็จ จนมาในปี 2547 จึงได้มาค้นพบจุมจังโมเดล 1 ไร่ยากไม่จน และในปี2552 จึงไดัตกผลึกมาเป็นหลุมพอเพียง ซึ่งหลุมพอเพียงเป็นนวัตกรรมและเครื่องมือหนึ่งที่ทรงพลังเท่าที่เคยพบมา ซึ่งโครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเริ่มต่นที่วัดป่านาคํา และได้ขยายผลไปยังชุมชน และสถานศึกษาต่างๆ ปัจจุบันมีเกษตรและสถานศึกษาใน ต.จุมจัง ทําการเกษตร 1ไร่ไม่ยากไม่จนแล้ว 700 กว่าราย และขยายผลไปยังตําบลอื่นของอําเภอกุฉินารายณ์ 1,000 กว่าราย รวมทั้งได้ขยายไปสู่อําเภอเขาวง ราย และอําเภออื่นๆของจังหวัดกาฬสินธุ์รวมแล้วกว่า 4,000 ราย พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าคณะตําบลจุมจังกล่าวเพิ่มเติมวว่า การทําเกษตร 1 ไร่ยากไมีจนด้วยเครื่องมือที่มีชื่อว่าหลุมพอเพียงทําได้ไม่ยาก

ด้วยพืช 4 ชนิดมาผสมผสานกัน มีกล้วยซึ่งเป็นไม่พี่เลี้ยง มีพืชอ่อนแอหรือที่สอนชาวบ้านว้า เช่น พริก มะเขือ ผักต่างๆ มีพืชฉลาดก็คือพืชที่เข้มแข็ง เช่น มะละกอ ผักพื้นเมืองต่างๆเป็นต้น และพืชที่สี่คือไม้ยืนต้น ซึ่งเป็นความคาดหวังจริงๆของหลุมพอเพียง เป็นไม้ยืนต้นเพื่อการใช้สอยเช่น ยางนา ไม่สักทอง สะเดา ยางพารา มะพร้าว มะนาว ส้มโอ ทั้งนี้ถ้าเราไปรอผลผลิตจากไม่ยืนต้นอย่างเดียวต้องรอ 3-10 ปะจึงจะได้ผล ในขณะ เดียวกันถ้าเราปลูกแต่พืชอ่อนแออย่างเดียวซึ่งมีอายุสั้นก็จะปลูกตลอดไป แต้ถ้าเราปลูกผสมผสานกันโดยมีกล้วยเป็น

พืชพี่เลี้ยงก็จะทําให้พืชทั้ง 4 ชนิดโตขึ้นได้พร้อมกันอย่างสมดุล และที่สําคัญทําให้มี อยู่มีกิน มีรายได้จากหลุมพอเพียง ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มปลูก หลุมพอเพียง เป็นวิธีการบริหารจัดการสิ่งที่อยู่ในหลุม เริ่มจากเตรียมพื้นที่ตามขนาดที่กําหนด แล้วก็ปลูกหญ้าแฝกเป็น รูปวงกลมหรือเป็นล็อกสี่เหลี่ยม จากนั้นปลูกไม่ในหลุมนี้ ลงได้ถึง 4 – 5 ประเภทในหลุมเดียว เพื่อลดภาระการรดนํ้า ปลูกซํ้า และเกื้อต่อการกําจัดศัตรูพืชเพราะให้ทุกอย่างเกื้อกูลอันเอง

ต้นไม้ที่จะปลูกในหลุมแบ่งเป็น5ประเภท

1. ไม้พี่เลี้ยง เป็นไม้ที่ให้ร่มเงา เก็บนํ้า เก็บความชื้นโดยเฉพาะช่วงร้อนหรือหน้าแล้ง เช่น กล้วยนํ้าว้า กล้วยหอม ควรปลูกทางทิศตะวันตก เพราะช่วยบังแสงช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด เป็นพี่เลี้ยงให้พืชที่ไม่ชอบแดดจัดมาก ได้กล้วยเครือ แรกเมื่อปลูก 1 ปี ก็ตัดทิ้ง ปล่อยหน่อใหม่ให้ทํางาน

2. ไม้ฉลาดหรือเป็นไม้ข้ามปี ที่สามารถเอาตัวรอดได้ดีเก็บผลไดนานพอสมควร เช่น ชะอม ผักหวาน มะละกอ ผักติ้ว ผัก เม็ก เริ่มเก็บกินได้ตั้งแต่1 เดือนไปเรื่อยๆ

3. ไม้ปัญญาอ่อน หรือ ไม้รายวัน เป็นไม่ล้มลุกปลูกง่าย ตายเร็ว ต้องคอยปลูกใหม่ดูแลรดนํ้าทุกวัน แต้เก็บผลได้เร็ว ได้ทุกวัน เชีน พริก มะเขือ กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ข่า ฟักทอง แตงไทย แตงกวา ผักบุ้งจีน คะน้า เป็นต้น เริ่มเก็บกินได้ตั้งแต่ 15 วัน

4. ไม้บํานาญ เป็นไม้ผลยืนต้น ใช่เวลาปลูก 2 – 4 ปีแต่เมื่อให้ผลผลิตแลัว เก็บกิน เก็บขายได้เรื่อย ๆ เช่น ขนุน มะม่วงมะนาว กระท้อน เงาะ ทุเรียน มังคุด ยางพารา เป็นต้น ในหลุมหนึ่งควรเลือกปลูกแค่ประเภทเดียว

5. ไม้มรดก เป็นกลุ่มไม่ใช้สอยที่อายุยืน ใช่เวลาปลูกนาน เก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน ตัดขาย ก็ได้เงินก้อนใหญ่หรือจะเอาไว้ใช้ซ่อมแซมบ้านก็ได้ เช่น ประดูสักทอง ยางนา สะเดา พะยูง ชิงชัน ไม้พวกนี้เป็นไม้ใหญ่ปลูกฝ่างตรงข้ามกับ ต้นกล้วย

พื้นที่ใต้ร่มเงาหรือบริเวณหลุมที่มีการเตรียมดินใส่ปุ๋ยปรับปรุงดินรดนํ้าและดูแล ยังสามารถใชเประโยชน์ได้อีกมาก แทนทีจะปล่อยให้วัชพืชขึ้นเป็นภาระที่ต้องคอยกําจัด การปลูกพืชบางอย่างที่มีกลิ่นเฉพาะ ช่วยไล่แมลงศัตรูพืช นอกจากนั้น ยังเป็นกุศโลบายที่ทําให็พืชหลักที่ต้องการปลูก เช่น ไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้ป่ายืนต้น เจริญเติบโตและมีโอกาสรอดสูง เพราะผู้ปลูกจะคอยหวงใย หมั่นดูแล ทําใหเพืชหลัก ดังกล่าวเจริญเติบโตดีกว่าปกติอีกด้วย และหากพืชชนิดใด ชนิด หนึ่งจะเบียดเบียนพืชอื่นมากเกินไปก็คอยควบคุมให้เหมาะสม ตัดแต่งทรงพุ้ม จัดพืชหรือเถาเลื้อยให้เหมาะสม สําหรับ พืชพี่เลี้ยงก็ไม้ต้องมาก ในหนึ่งหลุมปลูกกล้วยเพียง ๑ -๒ ต้น เท่านั้น คือ ต้นที่กําลังให้เครือ อีกหนึ่งต้นสํารองไว้

สําหรับเครือต้อไปนอกนั้นให้ขุดหน่อไปขายหรือไปปลูกที่อื่น

การปลูกหญ้าแฝกล้อมต้นไม้หลักไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบหลุมพอเพียงหรือไม้เดี่ยวรากหญ้าแฝกจะเป็นร่างแหในแนวดิ่งช่วยยึดดินให้คงรูปเปรียบเสมือนกระถางธรรมชาติ เพราะปมรากแฝกจะ ช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน ช่วยดูดซับน้ำในดินไว้ แทนที่จะซึมหายลงใต้ดินอย่างรวดเร็ว กอแฝกที่เบียดชิดช่วยดักตะกอนดินซึ่งรวมปุ๋ยที่ใส่ และ ใบแฝกที่ตัดมาคลุมดินยังช่วยรักษาดินให้ชุ่มชื้นในที่สุดก็ย่อย

ที่มา มติชล / ฟาร์มเกษตร/รักบ้านเกิด เรียบเรียง ไอเดียดีๆ , https://www.asurveythai.com

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *