เลี้ยงกุ้งก้ามกรามร่วมกับกุ้งขาว ปรับปรุง พัฒนา ต่อยอด เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

เลี้ยงกุ้งก้ามกรามร่วมกับกุ้งขาว ปรับปรุง พัฒนา ต่อยอด เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

คุณธนู หอมชุนภิรมย์ หนึ่งในเกษตรกรแกนนำรุ่นแรกๆ ได้เปิดเผยว่าวันนี้การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่สืบเนื่องมายาวนาน 18 ปี ยังคงเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงใหม่ จากเดิมที่เลี้ยงกุ้งก้ามกรามล้วนๆ มาเลี้ยงกุ้งขาวร่วมด้วย

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ทั้งที่เมื่อปีที่แล้วคุณธนู ยังบอกอยู่เลยว่า “ตั้งแต่เลี้ยงกุ้งก้ามกรามมา 15 ปี (คุณธนูเข้ามาในปีที่ 3 จาก 18 ปีที่มีการเลี้ยง) ก็ยังไม่เห็นว่าราคาตัน” เรื่องนี้ได้รับคำตอบว่า “เมื่อปีที่ผ่านมาเราเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอย่างเดียวราคาตก จึงหันมาเลี้ยงผสมผสานกับกุ้งขาวเพื่อประคองราคาให้อยู่ได้ คือขณะที่กุ้งก้ามกรามราคาตก แต่กุ้งขาวก็ยังมีราคาอยู่” อีกเหตุผล “การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามร่วมกับกุ้งขาวจะช่วยลดต้นทุนเรื่องอาหาร เพราะว่ากุ้งทั้งสองช่วยเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน” และอีกเหตุผล “เลี้ยงกุ้งขาวใช้เวลาน้อยแค่ 65 วันก็จับรอบแรกได้ ใน 1 ปี สามารถเลี้ยงได้ 2-3 รุ่น ในขณะที่กุ้งก้ามกราม เลี้ยงได้ปีละ 1 รุ่นเท่านั้น” (ปกติเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเพียงอย่างเดียวที่ใช้เวลามากกว่า เพราะปล่อยกุ้งแน่นกว่า ประมาณ 7,000 ตัว/ไร่ แต่เลี้ยงร่วมกุ้งขาวปล่อยเพียง 4,000 ตัว จึงทำให้โตเร็วกว่า)

ขั้นตอนและวิธีการเลี้ยงก็ไม่ยาก

การเลี้ยงกุ้งต้องเริ่มจากการเตรียมบ่อ เตรียมน้ำ ถ้าเป็นบ่อเก่าที่เลี้ยงอยู่แล้ว จะสูบน้ำออกให้หมดและตากบ่อให้แห้ง ตามด้วยการหว่านปูนมาร์ลเพื่อฆ่าเชื้อที่สะสมในบ่อ ระดับน้ำจะเติมเข้าบ่อ ประมาณ 1.2 เมตร (ถ้าเป็นหน้าหนาว 80-90 ซ.ม.) ใช้ระยะเวลา 7-10 วัน จึงจะย้ายกุ้งก้ามกรามจากที่เลี้ยงอนุบาลไว้ลงไปก่อน พอสัก 2-3 วัน หรือไม่เกิน 10 วัน ก็ปล่อยกุ้งขาวตามลงไป ซึ่งสามารถลงกุ้งขาวพร้อมกันได้ กรณีกุ้งขาวจะต้องปรับสมดุลให้เลี้ยงในบ่อน้ำจืดได้ วิธีการคือใช้ผ้าใบล้อมทำเป็นคอกในบ่อใหญ่ขนาด 4 × 6 ถึง 4 × 8 เมตร ใช้น้ำในบ่อใส่ลงไปตามด้วยน้ำทะเลประมาณไม่เกิน 2 ลบ.ม. สองน้ำรวมกันให้มีความเค็ม 3 แต้ม (แต้มเป็นภาษาวัดระดับความเค็มของเกษตรกร หรือ PPT) ซึ่งน้ำทะเลที่มีความเค็มระดับนี้ จะมีอัตราการรอดมากกว่าใช้เกลือแทน…เมื่อนำกุ้งขาวลงคอกตอนเช้าพอตกช่วงเย็นให้ปล่อยน้ำจืดเข้ามาครึ่งชั่วโมง โดยการใช้ท่อ 1.5 นิ้วดูดเข้าดูดใส่ ทำอยู่เช่นนี้เป็นเวลา 3 วัน พอวันที่ 4 ลดผ้าใบทั้งสองด้านลึกฝ่ามือหนึ่งให้น้ำไหลผ่านได้(ค่อยๆผ่อนน้ำเข้าไป)ทิ้งไว้ถึงวันที่ 7 จึงรื้อคอกผ้าใบออกคือปล่อยให้กุ้งขาวออกสู่โลกกว้างในบ่อใหญ่ไปอยู่ร่วมกับกุ้งก้ามกรามได้

อัตราการปล่อยกุ้งเลี้ยงแต่ละครั้ง

ปล่อยกุ้งก้ามกราม 4,000 ถึง 5,000 ตัว/ไร่ ขนาดกุ้ง 300 ตัว/กิโลกรัม ส่วนกุ้งขาวปล่อย 20,000 ตัว/ไร่ ขนาดกุ้ง พี 12 (ตัวเล็กขนาดเส้นด้าย) ถ้าเกินกว่านี้จะไม่เป็นผลดี

 

วิธีการเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกุ้งก้ามกราม

ใช้อาหารกุ้งขาวเป็นหลัก เป็นอาหารที่มีโปรตีน 40% เริ่มต้นจากอาหารเบอร์ 1 ให้วันละ 1 มื้อเวลาเย็น จนถึงอายุกุ้ง 15 วัน เปลี่ยนเป็นให้อาหารเบอร์ 2 วันละ 2 มื้อเช้ากับเย็น จนอายุกุ้ง 30 วัน ให้อาหารเบอร์ 3 เอส พออายุกุ้ง 40 วัน เปลี่ยนเป็นอาหารเบอร์ 3 และเมื่อกุ้งมีอายุ 45 วัน เปลี่ยนเป็นอาหารเบอร์ 4 เอส ให้อาหารเบอร์นี้ไปจนกุ้งอายุ 65 วันก็จับกุ้งได้ อัตราการให้อาหารมีหลักการว่าให้ดูที่ตัวกุ้งว่าโตขนาดไหนกับการกินอาหารว่ากุ้งกินหมดหรือไม่หมดด้วย ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถศึกษาการให้อาหารเพิ่มเติมได้จากข้อมูลทั่วไป

เคล็ดลับอยู่ที่การดูแลจัดการ

โดยเฉพาะจะต้องให้แร่ธาตุรวม ซึ่งปกติการเลี้ยงกุ้งขาวที่เป็นน้ำกร่อย (ในพื้นที่น้ำเค็ม)จะมีแร่ธาตุตามธรรมชาติอยู่บ้าง แต่เมื่อนำมาเลี้ยงน้ำจืด 100% จะต้องให้แร่ธาตุเสริมในตอนกลางคืน และใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-60 ไร่ละสองกิโลกรัม ทุกๆ 10 วัน โดยเริ่มให้ตั้งแต่กุ้งอายุ 20 วันขึ้นไป

เมื่อเลี้ยงกุ้งไปได้ 65 วัน จึงจะจับกุ้งได้ โดยวิธีการจับนั้นจะใช้อวนลากให้กุ้งมาอยู่รวมกัน และคัดเอาเฉพาะกุ้งขาวที่ได้ขนาด 65-70 ตัว/กิโลกรัม สรุปรอบแรกจับกุ้งขาวได้ 2,000 กิโลกรัม ขายได้กิโลกรัมละ 165 บาท ส่วนกุ้งก้ามกรามในรอบแรกนี้จับได้ก็ปล่อยไปก่อน พอเลี้ยงไปอีก 1 เดือนก็ทำการจับรอบ 2 จะทำการจับแบบปิดบ่อ คือจับทั้งหมดทั้งกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม ซึ่งเพิ่งจับครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สรุปได้กุ้งทั้งสองชนิดรวมกัน 4,700 กิโลกรัม สำหรับการขาย จะขายกันอยู่ที่หน้าฟาร์มหรือเรียกว่าปากบ่อ เพราะมีกุ้งก้ามกรามด้วย การจับจะจับเป็นต้องใส่ถังออกซิเจน ส่วนกุ้งขาวจะเป็นการดองน้ำแข็ง ราคากุ้งกรณีกุ้งก้ามกราม 13 ตัว/กิโลกรัม ราคาจะไม่นิ่งอยู่ที่ประมาณ 250 -300 บาท ส่วนตัวเมีย 35 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 170-190 บาท ส่วนกุ้งขาว 40 -42 ตัว/กิโลกรัม อยู่ที่ราคา 180-200 บาท

ถามคุณธนูว่าราคาที่ขายได้มีต้นทุนกำไรอย่างไร ได้รับคำตอบว่า ราคาการซื้อขายคุ้มกับต้นทุนเลยทีเดียว คือกุ้งขาวกับก้ามกรามรวมกันต้นทุนอยู่ที่ 100-150 บาทต่อกิโลกรัม ขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 250 บาท เฉลี่ยแล้วกำไรจะอยู่ที่ 100 -150 บาทต่อกิโลกรัม

“ผมถือว่าราคาที่ขายได้เกินคุ้ม ต้นทุนกำไร 50/50 แต่ก็ต้องเลี้ยงให้ได้อัตรารอดมากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาเลี้ยงไป 2 รุ่น ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี เพราะมีการศึกษาการเลี้ยงอย่างรอบคอบ ค่อยทำค่อยไป และข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือเลี้ยงกุ้งขาวร่วมด้วยมันจะช่วยลดทุนเรื่องค่าอาหาร เพราะว่ากุ้งขาวจะกินอาหารด้านบน ส่วนอาหารที่ตกไปด้านล่างจะเป็นของกุ้งก้ามกราม”

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *