ออกจากงานเรียนรู้การทำเกษตร จนค้นพบความสุข นี่แหละชีวิตที่ต้องการ

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

ออกจากงานเรียนรู้การทำเกษตร จนค้นพบความสุข นี่แหละชีวิตที่ต้องการ

คุณ ละออง ภูจวง เกษตรกรชาว อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม อดีตลูกจ้างมนุษย์เงินเดือน ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิด พลิกผืนนาทำเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้ไม่ขาดมือ ซึ่งได้ใช้ความพยายามฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคจนประสบผลสำเร็จ ลองมาดูเรื่องราวของ คุณ ละออง กันว่ากว่าจะเป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

คุณ ละออง เล่าว่า หลังจากเรียนจบชั้น ม.ปลาย ก็เริ่มเดินหน้าหางานตามหัวเมืองใหญ่ และได้เริ่มทำงานที่ จังหวัดชลบุรี แผนกวางแผนและควบคุมการผลิต ตำแหน่งพนักงานทั่วไป ทำหน้าที่แจกจ่ายเอกสาร และธุรการทั่วไป และทำงานอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 9 ปี

ระหว่างที่ทำงานก็เป็นไปด้วยดีด้วย เป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงาน และ นายจ้าง แม้การทำงานที่บริษัทจะไม่มีปัญหา แต่ปัญหาเรื่องส่วนตัวเริ่มเกิดขึ้นเมื่อพ่อและแม่เริ่มเข้าสู่วัยชรา ไม่มีคนดูแล เริ่มเกิดความรู้สึกเป็นห่วงคนทางบ้าน จึงคิดหาทางที่จะกลับดูแลคนที่บ้าน แต่ก็ต้องหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพด้วย

มีอยู่ครั้งหนึ่งช่วงเทศกาลหยุดยาว คุณ ละออง เดินทางกลับบ้านเกิด ได้พูดคุยกับคุณลุงท่านหนึ่งแถวบ้าน ซึ่งคุณลุงท่านนี้ได้เล่าแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง กับ การทำเกษตรแบบผสมผสานให้ฟัง จึงเกิดความสนใจและคิดว่านี่อาจเป็นคำตอบของปัญหาทั้งหมด ถ้ากลับบ้านมาทำเกษตรก็สามารถอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ และ ได้งานเพื่อมาเลี้ยงชีพเมื่อกลับมาอยู่บ้านด้วย

คุณ ละออง จึงได้เริ่มศึกษาหาความรู้ตามหนังสือบ้าง ทางอินเตอร์เน็ตบ้าง และ ก็ไม่รอช้าเพราะที่บ้านก็เป็นเกษตรกรเก่าอยู่แล้ว พอมีที่ดินทำกินอยู่บ้าง จึงเริ่มการปรับพื้นที่โดยการปรับพื้นที่นามาขุดสระน้ำและให้เป็นสวน ทำเกษตรพอเพียง เริ่มต้นด้วยการปลูกผักที่ตัวเองชอบกิน รวมถึงพืชผักสวนครัวต่างๆ ไปพร้อมกับการปลูกพลู ปลูกกล้วย และอื่นๆ ที่กินได้ เหลือกินก็นำไปขายให้ชาวบ้านและชุมชนใกล้เคียง

พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 12 ไร่ ของ คุณ ละออง ถูกแบ่งเป็น สระน้ำในไร่นา 1 บ่อ ปลูกพืชผัก ไม้ผล และอื่นๆ 2 ไร่ เมื่อมีรายได้จึงนำเงินมาขุดบ่อเพิ่มอีก 1 บ่อ ปัจจุบัน ขยายพื้นที่ปลูกออกเป็น 4 ไร่ 52 ตารางวา โดยปลูกพืชเพิ่มอีกหลากหลายชนิด

กล้วย 120 กอ ปลูกหลายๆสายพันธุ์รวมกัน โดยรวมๆแล้วมีประมาณ 20 สายพันธุ์ เช่น พันธุ์กล้วยหอมขอนแก่น หอมไต้หวัน หอมทุเรียน กล้วยไข่กำแพงเพชร กล้วยเขียวใหญ่ กล้วยนาก กล้วยหมูสีข้าวก่ำ กล้วยหมูสี กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหอมมอญ กล้วยน้ำว้า กล้วยตีบ กล้วยพะโล กล้วยเทพนม กล้วยงาช้าง กล้วยเต่า และ กล้วยหักมุก

ข่า 350 กอ มี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ข่าเหลือง ข่าใหญ่ และข่าแดง ขายหน่อ 5-7 หน่อ/10 บาท และขายพันธุ์ถุงละ 25 บาท ต้นขจร 60 ต้น มะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร 60 ต้น และพันธุ์ตาฮิติ 2 ต้น ไม้ผล มี มะม่วง ขนุน มะขามหวาน มะขามเปรี้ยว และส้มโอ รวม 25 ต้น พลู 200 หลัก ราคาขาย 100 ใบ/25-30 บาท มีรายได้ทุกวัน เฉลี่ยเดือนละไม่น้อยกว่า 3,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีผลิตผักปลอดสารพิษ หลายชนิด เช่น คะน้า ผักสลัด หอม ฯลฯ เพาะผักสวนครัวไว้สำหรับแจกจ่ายผู้ที่มาเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอีกจำนวนหนึ่ง เลี้ยงปลา 2 บ่อ มีปลาธรรมชาติ และปล่อยปลาตะเพียน ปลานวลจันทร์ และปลาหมอ เลี้ยงหมูหลุม 4 ตัว เลี้ยงเป็ดและเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง ประมาณ 50 ตัว และทำนา 8 ไร่

ทั้งนี้ ยังมีการเปิดรับนวัตกรรมที่นำมาใช้ในไร่นา คือได้คิดค้นสกีต่อพ่วงกับรถไถเดินตาม ประโยชน์คือลดต้นทุนการผลิตไม่ต้องจ้างรถปั่น ไร่ละ 250 บาท ลดต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยไร่ละ 40 บาท ประหยัดเวลาจากการใช้รถไถเดินตามทำได้ 4-5 ไร่/วัน ถ้านั่งสกีทำได้ 8-10 ไร่/วัน และยังสะอาดเรียบร้อยไม่มีวัชพืช และยังนำปุ๋ยสมุนไพรไล่แมลงมาใช้ในฟาร์มด้วย

ทำให้มีผลิตผลการเกษตรประเภทพืชผัก ปลา และสัตว์ปีก ที่เป็นอาหารที่ปลอดภัยในครัวเรือนและผลผลิตในส่วนที่เหลือยังนำไปจำหน่ายในชุมชน ทำให้มีรายได้ 600-700 บาท/วัน สำหรับสัตว์และไม้ผลทำให้มีรายได้เดือนละ 15,000-20,000 บาท ทั้งนี้ ตลอดปีทั้งปีมีรายได้เฉลี่ยปีละ 220,000 บาท ส่งผลให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขและยั่งยืน

คุณละอองบอกว่า ทุกครั้งที่มีเงินรายได้จากการจำหน่ายผลิตผล จะแบ่งออกเป็นส่วนๆ ส่วนหนึ่งเก็บออมไว้ อีกส่วนไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นเงินลงทุนในการทำการเกษตร และอีกส่วนจะพาครอบครัวไปศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จในแต่ละด้าน รวมถึงทุกครั้งเมื่อมีการจัดฝึกอบรมเพื่อให้รู้ว่าการทำการเกษตรจะต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เมื่อได้รับการถ่ายทอดแล้วก็นำเรื่องการคิดต้นทุนในการผลิตมาใช้ก่อนที่จะลงมือทำการผลิตพืชแต่ละชนิดก่อน

วิสัยทัศน์คือ “ ยึดมั่นในปรัชญา พัฒนาตามขั้นตอน สอนให้พึ่งตนเอง ” จากความสำเร็จในการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อปี 2558 ได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดมหาสารคาม ให้จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ ประจำตำบลขามเฒ่าพัฒนา หากใครสนใจก็สามารถติดต่อขอไปศึกาาดูงานได้

คุณละอองเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่แล้วกลับมาฟื้นฟูอาชีพแบบดั้งเดิมให้เป็นอาชีพใหม่ที่ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และลดความเสี่ยงด้านการตลาดและราคา มีรายได้และผลตอบแทนที่ดี โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้มีความสุข หวังว่าเรื่องราวของ คุณ ละออง จะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนที่กำลังเจอปัญหาแบบเดียวกัน ได้มองเห็นทางออกของปัญหา และ แนวทางในการทำเกษตรแบบพอเพียง

ทำเกษตรพอเพียง

Cr. รูปภาพและข้อมูลจาก : คุณ ละออง ภูจวง , เส้นทางเศรษฐี

Facebook Comments
Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *