ปลูกมะเขือเปราะ ให้ติดดอก ออกผลดกตลอดฤดูกาล

ปลูกมะเขือเปราะ ให้ติดดอก ออกผลดกตลอดฤดูกาล

เมื่อกล่าวถึงมะเขือเปราะ หลายท่านคงรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นพืชผักยอดนิยมของบ้านเรา ปรุงอาหารได้หลากหลายอย่าง อีกทั้งยังปลูกง่ายเป็นพืชที่ทนต่องสภาพอากาศได้ดี วันนี้จึงขอนำเสนอ เทคนิคการปลูกมะเขือให้ออกดอกออกผลตลอดทั้งปี เก็บกินได้เรื่อยๆ วิธีการก็ไม่ยากเลยค่ะ ไปดูกันเลย

พันธุ์มะเขือเปราะ

มะเขือเปราะที่นิยมรับประทานนั้น จะเป็นพันธุ์เจ้าพระยา ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิม มีลักษณะผลที่กลมโ มีสีเขียวอ่อนริ้วสีขาว รสชาติดี หวานกรอบ

การเพาะกล้าต้นมะเขือเปราะ

1.เริ่มขั้นตอนแรกเริ่มโดยเตรียมดินและปุ๋ย ในอัตราส่วน 2 : 1 และนำดินผสมเรียบร้อยแล้วใส่ลงในถาดพลาสติกสำหรับเพาะกล้า

2.ต่อมาใช้ไม้แหลมเล็กๆ ปักลงไปในดินในถาดพลาสติกเพาะกล้า โดยให้มีความลึก 0.5 ซม.

3.จากนั้นนำเมล็ดมะเขือเปราะค่อยๆหยอดลงในหลุมปลูก โดยหยอดหลุมละประมาณ 1-2 เมล็ด แล้วนำกลบดินผิวหน้าเมล็ด ใช้ปูนขาวโรยเป็นเส้นยาวๆล้อมถาดเพาะไว้

4.เมื่อทำการเพาะไว้เป็นระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน จะเริ่มเห็นว่ามะเขือเปราะเริ่มงอกกล้าขึ้นมาให้เห็น ให้รดน้ำต้นกล้ามะเขือเปราะทุกวันๆละ 1-2 ครั้ง เช้าและเย็น เมื่อมะเขือเปราะมีอายุ 25-30 วัน จึงค่อยย้ายกล้ามะเขือเปราะลงปลูกในแปลงปลูกหรือในกระถางต่อไป

ขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูกมะเขือเปราะ

1.ทำการเตรียมดินปลูก โดยใช้จอบขุดเพื่อย่อยดินหน้าดินให้มีความลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร

2.ใส่ปุ๋ยหว่านให้ทั่วแล้วทำใช้จอบผสมคลุกเคล้ากับดินในแปลง ขุดหลุมปลูกโดยให้มีระยะปลูกระหว่างต้นห่าง 70-80 เซนติเมตร โดยในระหว่างแถวให้ห่าง 90-100 เซนติเมตร แล้วนำกล้ามะเขือลงปลูกได้เลยค่ะ

การดูแลรักษามะเขือเปราะขณะปลูก

หลังจากทำการย้ายกล้ามาปลูกแล้วประมาณ 7-10 วัน ให้เริ่มใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตราต้นละ 1 ใน 4 ส่วนของช้อนชา และควรโรยห่างจากโคนต้นประมาณ 2-3 เซนติเมตรแล้วรดน้ำตามทันที

หลังจากทำการย้ายกล้ามาปลูกแล้วประมาณ 45-60 วัน มะเขือเปราะจะเริ่มออกผลผลิตมาให้เห็น ก็สามาถเก็บผลผลิตไปบริโภคได้เลยค่ะ

หลังจากที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ไปประมาณ 2 เดือน ให้ทำการตัดแต่งกิ่งออกเพื่อมะเขือเปราะเจริญเติบโตจะให้ผลผลิตรุ่นใหม่ได้อีกต่อไปเรื่อยๆ

ถือว่าเป็นการปลูกมะเขือเปราะที่ไม่ได้มีกรรมวิธียุ่งยากอะไร และวิธีนี้ยังให้ผลผลิตเยอะมากๆและต่อเนื่องอีกด้วยค่ะ ลองไปทดลองปลูกกันดูนะคะ

ขอบคุณข้อมูล : pinyadajewelry

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *