แนวทางการปลูกผักสวนครัว ปลูกแบบนี้ได้กินแน่นอน มือใหม่ก็ทำได้

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

แนวทางการปลูกผักสวนครัว ปลูกแบบนี้ได้กินแน่นอน มือใหม่ก็ทำได้

ช่วงนี้เทรนด์รักสุขภาพ การปลูกผักรับประทานเองจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก เมื่อสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งโพสถามเรื่องการปลูกผักสวนครัว ก็ได้ความสนใจอย่าล้นหลาม ดังนั้นวันนี้จึงขอรวบรวมวิธีการปลูกผักสวนง่ายมากๆมาฝากทุกคนค่ะ รับรองว่าปลูกผักไม่ยากอย่างที่หลายๆคนคิดแน่นอน

ไอเดียทำแปลงผักแบบง่ายๆได้ที่บ้าน

การทำแปลงปลูกผักสวนครัว หรือ ผักกินใบ

หาถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีความลึกประมาณ 20-30 ซม. มีรูระบายน้ำที่ด้านล่างถาด นำกากมะพร้าวรองไว้ด้านล่าง เพื่อป้องกันไม่ให้ดินไหลออก ผสมดินโดยใช้ปุ๋ยขี้วัว หรือ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ต่อดิน 2 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากันพรมน้ำนิดหน่อยเพื่อทำเป็นดินปลูกร่วนซุย สามารถขึงแสลนไว้ด้านบนช่วยบังแดดแก่ผักสวนครัวที่ไม่ต้องการแสงแดดโดยตรง

การแปลงปลูกผักสลัดจากขวดน้ำเก่า

ใช้ดินปลูก 4 ส่วน ผสมมูลไส้เดือน 1 ส่วน ใส่ในขวดน้ำพลาสติกเหลือใช้ ล้อมรอบด้วยอิฐบล๊อก เป็นแปลงปลูกแบบง่ายๆ

วิธีปลูกกะเพรา

สามารถปลูกจากเมล็ด หรือ ปักชำจากกิ่งที่ซื้อมาทำอาหารก็ได้ เมื่อต้นโตออกดอกเป็นเมล็ด เมล็ดที่ร่วงหล่นลงพื้นก็จะงอกเป็นต้นใหม่ได้อีก หลังเพาะประมาณ 7 – 10 วัน เมล็ดเริ่มงอกให้รดน้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอทุกวัน เคล็ดลับที่จะทำให้ต้นกะเพราใบดก คือ เมื่อออกดอกให้เด็ดดอกทิ้ง ต้นกระเพราเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา ซึ่งกระเพราถือเป็นผักสวนครัวลำดับต้นๆที่ขึ้นชื่อว่าปลูกง่ายและโตเร็ว

วิธีเพาะถั่วงอก

แช่เมล็ดถั่วเขียวในน้ำอุ่น อุณหภูมิประมาณ 50 – 60 องศาเซลเซียส หรือผสมน้ำเดือดจัด 1 ส่วน กับน้ำเย็น 1 ส่วน ตักเมล็ดที่ลอยทิ้งไป แล้วแช่เมล็ดทิ้งไว้จนน้ำเย็น แล้วแช่ต่อไปนาน 6 – 8 ชั่วโมง วิธีนี้จะช่วยฆ่าเชื้อโรคและช่วยกระตุ้นให้ถั่วงอกงอกได้เร็วขึ้นด้วย ส่วนภาชนะที่ใช้เพาะควรมีสีทึบเพื่อป้องกันแสงสว่างห้ามให้มีแสงลอดเข้ามาเด็ดขาด เจาะรูระบายน้ำทั้งด้านล่างและด้านข้าง ขนาดของรูจะต้องเล็กกว่าเมล็ดถั่ว และภาชนะเพาะจะต้องสะอาดเสมอ หรือ สามารถเพาะในขวดพลาสติกเหลือใช้แบบง่ายๆ ได้อีกด้วย

วิธีปลูกพริกขี้หนู

พริกขี้หนู สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกแบบและปลูกง่ายมาก แต่ดินที่เหมาะสมที่สุดคือดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี พริกขี้หนูเป็นพืชที่มีอายุเก็บเกี่ยวได้หลังย้ายกล้าลงปลูก 60 – 90 วัน การเก็บเกี่ยวควรเก็บทุก 5 – 7 วันโดยใช้วิธีเด็ดทีละผล อย่าเด็ดทั้งช่อ เพราะผลแต่ละช่อแก่ไม่พร้อมกัน พริกขี้หนูสามารถเก็บไว้ได้ยาวนานถึง 6 เดือน เลยทีเดียว

วิธีปลูกมะเขือเทศ

มะเขือเทศชอบดินร่วนปนทราย ถ้าได้ดินชนิดนี้จะโตดีกว่าปกติ เพราะมีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำและอากาศดี แต่กลับกันในสภาพที่ชื้นแฉะ จะทำให้รากของมะเขือเทศขาดออกซิเจน ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้นหากมีน้ำขังหลายวัน จะต้องรีบระบายน้ำออก ที่สำคัญคือต้องไม่ปลูกซ้ำในแปลงเดียวกันนานหลายปี เพราะจะเกิดการสะสมของโรคพืชได้ และด้วยคุณสมบัติของการเป็นไม้เลื้อย การปลูกมะเขือเทศยังทำให้ได้สังเกตการเจริญเติบโต และการเคลื่อนไหวของต้นไม้จากการขดเลื้อยไปมาบนราง หรือไม้ค้ำที่นำมาปักเป็นทางให้มะเขือเทศอีกด้วย

วิธีปลูกต้นหอม

วิธีการปลูกต้นหอมสามารถเพาะจากเมล็ดได้ แต่อาจเติบโตไม่ทันใจ และผลผลิตไม่ค่อยสวยงาม วิธีการที่ง่ายที่สุดคือต้นหอมที่ซื้อมาจากตลาด ตัดเอาแต่รากของต้นหอมมาปักลงดิน ปกติแล้วต้นหอมนั้นชอบดินร่วน ชอบอากาศชุ่มชื้น ได้แสงแดดเต็มที่ตลอดวันชอบอากาศเย็น หอมแบ่งเก็บเกี่ยวเมื่ออายุประมาณ 40-50 วัน หรือถ้าจะให้ง่ายกว่านั้นนำหอมแดงที่ใช้ทำอาหารมาฝังลงดินรดน้ำไม่กี่วันก็ได้ต้นหอมให้ตัดไปใส่ต้มจืดแบบง่ายๆแล้วค่ะ

วิธีปลูกผักบุ้ง

ผักบุ้งที่นิยมปลูกในดินคือผักบุ้งจีน โดยใช้วิธีหว่านเมล็ดลงแปลงได้โดยตรง แอบบอกนิดหนึ่งว่า ผักบุ้งจีนนี้เพียง 48 ชั่วโมงหลังจากหว่านเมล็ด เราก็จะได้ดีใจกับเมล็ดเล็กๆ ที่เริ่มงอกให้เห็นใบอ่อนอย่างรวดเร็ว ผักบุ้งเป็นไม้ล้มลุกที่ปลูกง่าย และยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตา บรรเทาอาการระคายเคืองจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ด้วย

วิธีเพาะเห็ดนางฟ้า

เห็ดนางฟ้ามีอายุการเก็บเกี่ยวหลังจากการปลูกอยู่ที่ประมาณ 7-15 วัน โดยต้องทำการเพาะเห็ดนางฟ้าในที่ร่ม เนื่องจากแสงแดดไม่มีความจำเป็นต่อเห็ดนางฟ้าเลย แถมยังสามารถทำให้เส้นใยโตได้ช้าอีกต่างหาก ส่วนขั้นตอนในการปลูกก็ให้เราหาภาชนะทรงสูงหรือโอ่งเก่า ๆ มาทำเป็นเรือนเพาะ เททรายลงไปให้หนาประมาณ 3 นิ้ว แล้วหาไม้ลังมาประกอบเป็นทรงสีเหลี่ยมเพื่อใส่เข้าไปในเรือนเพาะ จากนั้นวางตะแกรงไม้ไผ่รองพื้นที่ก่อนจะนำก้อนเชื้อเห็ดที่เปิดจุกด้านบนมาวางบนตะแกรง แล้วปิดฝาให้เรียบร้อย พร้อมคอยพรมน้ำ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น


วิธีปลูกกวางตุ้ง

กวางตุ้งถือเป็นผักสวนครัวอีกหนึ่งชนิดที่ปลูกง่าย เพียงแค่ผสมดินร่วนเข้ากับปุ๋ยคอก แล้วนำเมล็ดมาหยอดลงในหลุมดินขนาด 1.5 เซนติเมตร กลบด้วยดิน ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก รดน้ำให้ชุ่ม และตั้งให้โดนแดด แต่ในระยะ 4-5 วันแรก ให้ทำที่บังแดดให้ต้นกวางตุ้งก่อน แล้วพอต้นแข็งแรงแล้วจึงปล่อยให้โดนแดดตลอดวันได้ ง่าย ๆ แค่นี้เราก็จะมีกวางตุ้งสด ๆ พร้อมให้เก็บเกี่ยวได้ในระยะเวลา 30-35 วันแล้ว

เทคนิคการปลูกผักสวนครัวตามฤดูกาล

การปลูกผักในช่วงฤดูฝน

เป็นช่วงที่พืชผักหลายชนิดเติบโตได้ดี และแน่นอนรวมไปถึงวัชพืชด้วย เราจึงต้องหมั่นถอนหรือกำจัดวัชพืชอยู่เสมอ เพื่อให้ผักสวนครัวของเราได้รับสารอาหารและเติบโตเต็มที่ หากมีการปลูกในพื้นที่โล่งหรือที่กลางแจ้ง เราควรหาหลังคาหรือสแลนบางๆ มาบังเพื่อลดแรงกระแทกของน้ำฝน หรือจะใช้ฟางแห้ง หญ้าแห้ง มาคลุมดินก็ได้ เพื่อไม่ให้น้ำฝนที่ตกลงมาทำลายหน้าดินและรากผักจนได้รับความเสียหาย และ เพื่อป้องกันเชื้อราที่มากับฤดูฝน สามารถใช้วิธีธรรมชาติอย่างการน้ำสมุนไพรที่มีรสขมและรสฝาด เช่น ผงขมิ้นชัน ผงฟ้าทะลายโจน กระเทียมตำแหลก มาผสมกับน้ำ แล้วนำไปฉีดที่แปลงผักของเราหลังฝนตกใหม่ๆ ก็สามารถช่วยได้โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี

การปลูกผักในช่วงฤดูหนาว

เป็นอีกช่วงฤดูกาลหนึ่งที่ทำให้พืชผักได้ผลผลิตงามมาก แต่จะต้องระวังในเรื่องของศัตรูพืชและโรคพืชเช่นกันเพราะมักจะระบาดหนักในฤดูนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีอากาศเย็นจัดและมีน้ำค้าง ซึ่งมักจะมีความชื้นสะสม อาจป้องกันด้วยน้ำหมักสมุนไพรธรรมชาติ

การปลูกผักในช่วงฤดูร้อน

ควรปลูกผักอึดถึกทนเสียหน่อย ผักทนร้อนทนแล้งได้ดี ถึงแม้ว่าผักที่นำมาปลูกนี้จะทนร้อนทนแล้ง แต่ผักสวนครัวบางชนิดก็ต้องหมั่นรดน้ำ ทั้งเช้าและเย็น พรวนดินให้ร่วมซุยแล้วคลุมด้วยฟางข้าวที่ครั้ง เพื่อป้องกันแดดเผาใบและเพื่อรักษาความชุ่มชื่นของผักที่ปลูกไว้ให้เพียงพอ

สูตรน้ำสมุนไพรทำเองป้องกันศัตรู และโรคพืช

สูตร 1 กระเทียม คุณสมบัติของกระเทียมมีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลง ใช้เป็นสารขับไล่แมลงได้ โดยกระเทียมจะช่วยหยุดยั้งการกินอาหารของแมลง และฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และศัตรูพืชต่างๆ เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ หนอนกระทู้ผัก ด้วงปีกแข็ง โรคราน้ำค้าง โรคราสนิม ดีกว่าใช้สารเคมีบางชนิดอีกนะคะ

วิธีใช้ ใช้กระเทียม 1 กำมือ ตำให้ละเอียด เติมน้ำร้อนครึ่งลิตร แช่ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง นำมากรองกากกระเทียม แล้วเอาน้ำที่กรองได้มาผสมกับน้ำเปล่าอีก 4 ลิตร เติมน้ำสบู่ครึ่งช้อนโต๊ะ แล้วใช้ฉีดพ่นไล่แมลง วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 2 วัน ในตอนเช้า

สูตร 2 ยาเส้น มีฤทธิ์แสบร้อน กลิ่นฉุน เป็นคู่กัดของศัตรูต่างๆ ทำให้แมลงบางชนิดเกิดความรำคาญ หาซื้อได้ง่ายและราคาถูก

วิธีใช้ นำยาเส้นมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน จะได้น้ำที่มีกลิ้นฉุนของยาเส้น นำมาใส่ขวดฉีดพ่นลงดิน และ ใบของพืชผักสวนครัวที่เราปลูก

สูตร 3 ขมิ้นชัน เหง้าของขมิ้นชันมีน้ำมันหอมระเหย ที่สามารถขับไล่และกำจัดแมลงได้หลายชนิด เช่น หนอนกระทู้ผัก หนอนผีเสื้อ ด้วงงวงช้าง ด้วงเจาะเมล็ดถั่ว มอด ไรแดง

วิธีใช้ นำขมิ้นครึ่งกิโลกรัมมาโขลกให้ละเอียด ผสมกับน้ำ ประมาณ 16 ลิตร หมักทิ้งไว้ 1 – 2 วัน กรองเอาแต่น้ำ แล้วนำไปฉีดพ่นกำจัดแมลง

ขอบคุณข้อมูล : pantip.com

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *