แนวทางเริ่มต้นอาชีพเกษตรลงทุนน้อย มีทุน 500 บาท ไม่ต้องมีที่ดินก็ทำได้

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

แนวทางเริ่มต้นอาชีพเกษตรลงทุนน้อย มีทุน 500 บาท ไม่ต้องมีที่ดินก็ทำได้

เดี๋ยวนี้หันไปทางไหนก็มีแต่คนบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ทำอะไรก็เจ๊ง เงินลงทุนจะทำก็ไม่มี โดยเฉพาะชาวเกษตรกรอย่างเราๆ ที่เหนื่อยสายตัวแทบขาด ลงทุนไปก็มาก แต่ผลที่ได้ตอบแทนกลับมานี่ไม่คุ้มเลย และใครที่กำลังจะลองทำเกษตรดูก็ยอมแพ้ ส่ายหน้ากันหมด เนื่องจากต้นทุนสูง และต้องใช้แรงงาน อาจจะต้องจ้างคนด้วยซ้ำ

งั้นเรามาลองดูพืชสร้างรายได้เหล่านี้กันดีกว่า ว่าในทุนเริ่มต้นเพียง 500 บาทนั้น จะมีแนวทางเริ่มต้นอย่างไรได้บ้าง

1. เพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก ( ใช้งบประมาณ 350 บาท )

-ขวดพลาสติกเปล่า 0 บาท

-ถั่วเขียว 1 กิโลกรัม 35 บาท (10 กิโลกรัม = 350 บาท)

วิธีเพาะปลูก

1.นำเมล็ดถั่วเขียวไปแช่ในน้ำอุ่น 1 คืน เพื่อให้เมล็ดงอกเร็วขึ้น

2.จากนั้นนำขวดพลาสติกมาเจาะรูให้สามารถระบายน้ำได้ ไว้สำหรับเพาะเมล็ดถั่ว

3.ถั่วเขียวที่แช่น้ำเรียบร้อบแล้ว นำมาใส่ในขวดที่เตรียมไว้ ใช้ผ้าห่อขวดไว้เพื่อเก็บความชื้น และอย่าให้แสงส่องผ่าน เพาะจะทำให้ใบงอกออกมา

4.ทำการรดน้ำ 2 เวลา เช้า-เย็น ใช้เวลา 3 วัน ก็สามารถเก็บขายได้แล้ว

*ถั่วเขียว 1 กิโลกรัม จะเพาะถั่วงอกได้ 7 กิโลกรัม ขายได้กิโลกรัมละ 10 บาท ดังนั้น 1 กิโลกรัม จะได้กำไร 35 บาท

2. เพาะสาระแหน่ในตะกร้า ( ใช้งบประมาณ 400-450 บาท )

– ตะกร้าพลาสติก 20 บาท

– ถาดรองสำหรับกักเก็บน้ำ 20 บาท

– หินเพอร์ไลท์ + ถาดหลุม 160 บาท ( หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ )

– ปุ๋ยน้ำ 200 บาท

– สาระแหน่กำละ 10 บาท 2 กำ = 20 บาท (หาซื้อได้ตามตลาด)

วิธีเพาะปลูก

1.เลือกยอดอ่อนสาระแหน่ ที่ดูสมบูรณ์ที่สุด ใบไม่หลุดร่วง เพราะมีผลต่อการเพาะปลูก

2.เด็ดใบส่วนล่างออก ให้เหลือแต่ใบเลี้ยงไว้ที่ปลายยอด 2-3 ใบ

3.นำยอดอ่อนที่เตรียมไว้ปักลงในถาดหินเพอร์ไลท์อย่างเบามือ

4. นำถาดหินเพอร์ไลท์ไปใส่ลงในตะกร้า แล้วนำตะกร้าวางไว้ในถาดรองอีกที พยายามรักษาระดับน้ำให้อยู่ระดับฐานของตะกร้าตลอดเวลา

5. ใช้เวลา 1 เดือนจะเริ่มแตกใบออกยอดเป็นต้นสาระแหน่ และสามารถนำยอดอ่อนใหม่มาขยายเพาะซ้ำได้เรื่อยๆ

3. เพาะเห็ดนางฟ้าภูฎานในบ่อปูนซีเมนต์ ( ใช้งบประมาณ 450-500 บาท )

-ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฎาน ก้อนละ 10 บาท (1 บ่อ สามารถเพาะได้ 35 ก้อน = 350 บาท)

-บ่อปูนซีเมนต์ 120 บาท

-แผ่นไม้เก่าๆ 1 แผ่น

-ผ้าคลุม

วิธีเพาะปลูก

1.นำบ่อปูนสำหรับเพาะปลูก ตะแคงในแนวตั้ง ใช้แผ่นไม้มาวางรองเพื่อเป็นฐาน

2.เปิดก้อนเชื้อเห็ดและแกะเศษต่างๆที่หุ้มตรงจุกก้อนเชื้อเห็ดออก แล้วนำไปวางในบ่อปูนเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ

3.วิธีรดน้ำ สามารถรดลงบนก้อนเชื้อเห็ดได้ โดยอย่าให้น้ำเข้าไปในช่องก้อนเชื้อ สามารถรดน้ำใส่ผ้าคลุมอีกที เพื่อเก็บรักษาความชื้นไว้

4.ทำการรดน้ำวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ใช้เวลา 3-7 วัน เห็ดจะเริ่มออกดอก

*ราคาขายเห็ดนางฟ้าภูฎาน กิโลกรัมละ 100-120 บาท

4. เพาะเห็ดฟางในตะกร้า ( ใช้งบประมาณ 200-300 บาท )

-หัวเชื้อเห็ดฟาง 50 บาท

-ตะกร้า 5 ใบ ราคาใบละ 20 บาท = 100 บาท

-ฟางข้าว ขี้เลื่อย

-ถุงพลาสติกดำ 50 บาท

-ชั้นวางของเก่าๆ

วิธีเพาะปลูก

1.แช่ฟางข้าวในน้ำ 1 คืน แล้วผึ่งให้แห้ง

2.ใส่ฟางที่ผึ่งเรียบร้อยแล้ว กับขี้เลื่อย ลงไปที่ก้นตะกร้า จากนั้นโรยเชื้อเห็ดฟางตามลงไป

3.ทำซ้ำแบบข้อ 2 จนเต้มตะกร้า แต่เน้นชั้นบนสุด โรยขี้เลื่อยกับหัวเขื้อให้เยอะๆ เพื่อที่เห็ดจะได้ออกดอกเต็มพื้นที่

4.ทำการครอบด้วยถุงดำ แล้วรอประมาณ 4-5 วัน จะสังเกตุเห็นว่ามีละอองน้ำเกาะที่ถุงดำอยู่ แต่ถ้าหากไม่มี ก็สามารถรดน้ำเพิ่มได้

5.รอเวลาประมาณ12 วัน เห็ดจะเริ่มออกดอก แล้วรออีก 5 วัน ให้เห็ดบานเต็มที่ก็เก็บดอกได้เลย เห็ด 1 ตะกร้า จะได้เห็ดประมาณ 2 กิโลกรัม

* ช่วงวันที่ 4 ถึงวันที่ 9 ห้ามเปิดถุงเด็ดขาด เพราะจะทำให้เห็ดไม่ออกดอก

5. เพาะใบโหระพา-กะเพรา ( ใช้งบประมาณ 200-300 บาท )

-ตะกร้า ใบละ 20 บาท

-เมล็ดใบโหระพา-กะเพรา ชุดละ 100 บาท (ประมาณ 500 เมล็ด)

-ดินสำหรับเพาะปลูก

วิธีเพาะปลูก

1. เตรียมดินละเอียดเทลงตะกร้า

2. หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง แล้วใช้ฟางหรือปุ๋ยคอกกลบทับบางๆ

3. รดน้ำตามทันที ควรใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ

4. จากนั้นอีกประมาณ 7 วัน เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า

5. รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้ทีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร

6. และก็รอให้ต้นกล้าโตเต็มที่ก็สามารถเก็บได้

6. เพาะผักบุ้งจีน ( ต้นทุน 200 – 300 บาท )

-กระถางที่จะใช้ปลูก

– กาบมะพร้าวสับ 50 บาท

-เมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม 140 บาท

-ดินและฟางสำหรับคลุมหน้าดิน

วิธีเพาะปลูก

1. นำเมล็ดผักบุ้งแช่น้ำไว้ 1 คืน จากนั้นก็ห่อด้วยผ้าต่ออีก 2 คืน ให้ผ้าชื้นตลอดเวลาเพื่อเป็นการเร่งให้งอกเร็วขึ้น

2. จากนั้นรอให้รากขาวๆ ของผักบุ้งงอกออกมา

3.เมื่อเมล็ดผักบุ้งงอกรากแล้ว ก็นำลงไปปลูกในดินหลุมละเมล็ด โดยเอานิ้วกดลงไปในดินที่เตรียมไว้แล้ว

4. ปิดปากหลุมแล้วรดน้ำ นำฟางมามาคลุมหน้าดิน กันหน้าดินแบบแห้ง

5. รอต้นผักบุ้งงอกออกมา ก็สามารถเก็บได้แล้ว

*วิธีตัดเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน ให้ตัดเหลือตาติดที่ใบประมาณ 2 ตาจากพื้นดิน เพราะเขาจะแตกกิ่งใหม่มาให้เราเก็บกินอีก 2-3 ครั้ง ให้ตัดแบบนี้ทุกครั้ง

7. เพาะผักกวางตุ้ง ( ต้นทุนประมาณ 200 – 300 บาท )

-กระถางสำหรับเพาะปลูก

-เมล็ดผักกวางตุ้ง 85 บาท (บรรจุ 500 กรัม)

-ดินเพาะปลูก

วิธีเพาะปลูก

1. นำเมล็ดผักกวางตุ้งไปแช่ในน้ำอุ่น ประมาณ 20 นาที

2. จากนั้นนำดินใส่ในกระถางที่เราเตรียมไว้

3. หยอดเมล็ดผัก ลงในกระถางเพราะกล้า

4.แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยใช้ระบบพ่นฝอยหรือใช้สายยางติดหัวฝักบัวในการรดน้ำ

สำหรับช่องทางในการตลาด หรือ ฐานลูกค้านั้น ให้เน้นตลาดใกล้บ้าน ร้านค้าในชุมชน หรือ ติดต่อขายส่งให้โดยตรงกับร้านอาหารตามสั่ง เพราะ ร้านแบบนี้จะมีออเดอร์ทุกวัน ทำให้เรามีรายได่เข้าประจำ หากใครไม่ต้องการที่จะปลูกในปริมาณมากๆ ก็ลองเริ่มต้นจากเล็กๆดูก่อน เพราะพืชผักเหล่านี้เป็นผักสวนครัว สามารถปลูกไว้กินเองสำหรับที่บ้านได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารได้ไปในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

Facebook Comments
Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *