แกนสับปะรด+ใบโหระพา แก้ “หินปูนเกาะ” ช่วยลดการปวดเมื่อยตามข้อตามกระดูก 

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

แกนสับปะรด+ใบโหระพา แก้ “หินปูนเกาะ” ช่วยลดการปวดเมื่อยตามข้อตามกระดูก 

ใครที่ชอบปวดเมื่อยตามข้อตามกระดูก เวลาเดินอยู่บ่อยๆ อาจเกิดจากมีหินปูนเกาะตามข้อกระดูกจะทำให้ รู้สึกปวดเวลาเดิน หากมีอาการบ่อยๆ เป็นๆ หายๆ ลองแก้ด้วยหลักโภชนาบำบัดที่ลูกหมีนำมาฝากในวันนี้ โดยให้เอาแกนสับปะรด จำนวน 2 ขีด กับ ใบโหระพาสด 2 ขีด ใส่น้ำที่ต้มสุกปล่อยให้เย็น 3 แก้ว ปั่นจนละเอียดแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำ กินครั้งละ 1 แก้ว เช้า เย็น ก่อนอาหาร ทำกินประจำจนกว่าจะรู้สึกว่าเบาตัว ไม่ปวดตามข้อเวลาเดินอีก

ระหว่างที่กิน แกนสับปะรดใบโหระพา ให้ดียิ่งขึ้น ให้เอาขิงแก่ หั่นแผ่นบางๆ กะจำนวนตามต้องการ หรือตามวัตถุประสงค์ที่จะใช้ ผสมกับเกลือสมุทร หมายถึงเกลือเกล็ดเม็ดใหญ่ๆ บรรจุกระสอบวางขายริมถนนข้างนาเกลือ จ.สมุทรสงคราม จำนวนตามสมควร เทน้ำร้อนปนน้ำเย็นให้น้ำอุ่นๆลงไปในภาชนะ แล้วเอาส่วนที่ปวดเนื่องมาจากหินปูนเกาะลงไปแช่ 5-10 นาที หรือจะทำในอ่างอาบน้ำแช่ทั้งตัวก็ได้ จะช่วยทำให้เส้นตึงหายเร็วขึ้นด้วย

สรรพคุณ

– สัปปะรด มีรสเปรี้ยวหวาน เนื้อผลแก้ไอขับเสมหะ เหง้าขับปัสสาวะแก้นิ่ว ลำต้นมีเอนไซม์ย่อยโปรตีน ใช้เป็นยาลดอาการอักเสบและบวมจากการถูกกระแทก บาดแผล หรือการผ่าตัด มีการผลิตเป็นยาเม็ดชื่อ ANANASE FORTE TABLET แล้วยังช่วยขับปัสสาวะ ขับนิ่ว

– โหระพา ช่วยย่อยอาหาร ใบสดแก้ท้องอืดเฟ้อ ขับลม มีน้ำมันหอมระเหย เมล็ดแช่น้ำพองตัวเหมือนแมงลัก เป็นยาระบาย เนื่องจากไปเพิ่มจำนวนกากอาหาร (BULK LAXATIVE) แก้ปวดประจำเดือน เป็นยาอายุวัฒนะ

วิธีทำ

1. เตรียมเนื้อสับปะรด 1 หัว ใบโหระพา 1 ขีด และน้ำ 1/2 ลิตร

2. นำสับปะรดมาหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดพอคำรวมทั้งแกนสัปปะรดด้วย

3. นำสับปะรดและใบโหระพามาปั่นผสมน้ำ จนได้ที่แล้วกรองกากออก ดื่มได้เลยค่ะ

สรรพคุณของเครื่องดื่มชนิดนี้ได้แก่

1. ทำให้เม็ดเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหน้าได้ดีขึ้น

2. เพิ่มเม็ดเลือดแดง หากต้องการให้เพิ่มเม็ดเลือดขาว ต้องใส่แกนสัปปะรดด้วย

3. ช่วยลดความดันโลหิตสูง

4. ลดลมในตัว

5. ช่วยแก้ไม่ให้เลือดข้นหรือหนืดเกินไป

6. ช่วยบำรุงหัวใจ

7. ลดอนุมูลอิสระ

8. นำมาตำใช้พอกแก้ไขข้ออักเสบ

ทั้งมีประโยชน์แถมรสชาติอร่อยแบบนี้ คงต้องหามาดื่มกันบ้างแล้วนะคะ ^^

หมายเหตุ: บทความมุ่งเน้นนำเสนอสรรพคุณทางยา ก่อนนำไปใช้ควรพิจารณาให้รอบด้าน

ขอขอบคุณที่มาจาก : www.liekr.com
ที่มา : http://www.lookmhee.com

Facebook Comments
Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *