เคล็ดลับจากเจ้าของฟาร์มหมู… เลี้ยงหมูแบบใหม่ หมูอารมณ์ดี โตเร็ว ไม่เป็นโรค

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

เคล็ดลับจากเจ้าของฟาร์มหมู… เลี้ยงหมูแบบใหม่ หมูอารมณ์ดี โตเร็ว ไม่เป็นโรค

เทคนิคเลี้ยงหมูอารมณ์ดี ก่อนอื่นต้องมีการสร้างโรงเรือนหรือ (คอก) บนคันบ่อเลี้ยงปลา ด้านบนมุงหลังคาด้วยหญ้าแฝก ส่วนพื้นเทคอนกรีตแต่ทำเป็นสองระดับ คือ ระดับปกติ (น้ำไม่ท่วมขัง) กับอีกระดับหนึ่งทำให้ต่ำกว่าปกติประมาณ 1 ฟุต ผนังคอกทำด้วยอิฐบล็อกก่อเรียงกันในแนวนอนสูง 4 ก้อน ส่วนผนังคอกด้านที่ติดกับสระ(บ่อ) จะทำเป็นช่องเล็กๆ ขนาด 10 x 15 เซนติเมตร เป็นระยะๆ เพื่อให้น้ำและปลาเข้ามาในคอกได้ โดยการสร้างคอกขนาดพื้นที่ 6 x 6 เมตร จำนวน 3 คอก เลี้ยงหมูคอกละประมาณ 15 -20 ตัว

วิธีการเลี้ยงแบบง่ายๆ

ในการเลี้ยงจะเริ่มจากนำลูกหมูพันธุ์ดี อายุประมาณ 30 วัน มาเลี้ยง ให้อาหารสำเร็จรูป โดยใส่ในรางอาหารให้หมูกินตลอดเวลา ดูแลและให้อาหารเวลาเช้า เย็น ในระยะแรกจะยังไม่ให้ลูกหมูลงเล่นน้ำเนื่องจากลูกหมูยังเล็กอยู่อาจทำให้ปอดบวมได้ โดยจะใช้ไม้กั้นไว้ แต่หลังจากเลี้ยงไว้ประมาณ 45-60 วัน ก็เปิดให้ลูกหมูลงอาบน้ำได้ จนกว่าจะจับขายได้

ข้อดีของการเลี้ยงหมูน้ำ

1. เมื่อหมูร้อนก็จะลงเล่นน้ำ อาบน้ำอย่างสบายจากนั้นก็จะขึ้นมานอนหลับอยู่บนบก อย่างสบาย

2. หมูจะไม่เครียด ทำให้โตเร็ว ตัวหมูก็จะสะอาดไม่เป็นโรค สุขภาพแข็งแรง ปัญหาเรื่องกลิ่นของมูลหมูก็จะหมดไป

3. นอกจากนั้นยังได้ผลพลอยได้คือ การเลี้ยงปลาโดยปลาจะเข้ามากินเศษอาหารและมูลหมูที่อยู่ในคอก

4. เกิดการถ่ายเทน้ำจากในคอกออกไปยังบ่อเลี้ยงปลา เป็นอาหารของปลา จากอดีตเคยขายได้ปีละครั้ง และจ่ายค่าอาหารปลาประมาณ 50,000 บาท แต่หลังจากเลี้ยงหมูน้ำแล้ว ไม่ได้จ่ายค่าอาหารปลาแต่อย่างใด และยังสามารถจับปลาขายได้ปีละ 2 ครั้งอีกด้วย

วิธีทำหัวอาหารหมูจากต้นกล้วย แบบง่ายๆ เพื่อลดต้นทุนค่าอาหาร

ส่วนประกอบและอุปกรณ์

1. ต้นกล้วยซอยให้มีชิ้นขนาดเล็ก จำนวน 50 กิโลกรัม
2. น้ำตาลทราย จำนวน 2 กิโลกรัม
3. เกลือ 4 กำมือ
4. ถังสำหรับหมัก ความจุ 50 กิโลกรัม

วิธีทำ

1. นำต้นกล้วยที่ซอยเป็นชิ้นเล็กๆแล้ว มาใส่ในถัง จำนวน 12.5 กิโลกรัม
2. จากนั้นนำน้ำตาลทราย จำนวน 0.5 กิโลกรัม มาโรยบนต้นกล้วยที่ซอย
3. จากนั้นนำเกลือ จำนวน 1 กำมือ มาโรยทับอีกที
4. ทำตามขั้นตอนที่ 1 -3 จำนวน 4 ครั้งครับ
5. หมักไว้ประมาณ 8 วันก็สามารถนำมาให้หมูได้เลย หรือจะผสมอาหารเม็ดสำเร็จรูปก็ได้ตามต้องการ

หลังจากครบ 7 วัน ตักหยวกหมัก มีกลิ่นหอมมาก คล้าย ๆ กลิ่นหนาง…แล้วมาคลุกกับรำและปลายข้าว ให้แม่หมูทดลองกินก่อน… มื้อละ 1 กก. วันละ 2 มื้อ ทุกตัวชอบมาก กินเกลี้ยง สังเกตุไม่มีอาการท้องเสีย แสดงว่าหมักต่อไปได้….

สูตรอาหารหมู ( สำหรับหมูน้ำหนักตัว 20 กิโลกรัม )

1. ข้าวโพดบด 20 กก.
2. มันเส้นบด 38 กก.
3. รำละเอียด 10 กก.
4. กากถั่วเหลือง (44%โปรตีน) 25 กก.
5. ปลาป่น (60%) 3.5 กก.
6. ไขมันสัตว์/น้ำมันพืช 1 กก.
7. ไดแคลเซียมฟอสเฟต(P/18) 1.9 กก.
8. เกลือป่น 0.35 กก.
9. ไวตามินแร่ธาตุ (พรีมิกซ์) 0.25 กก.
10. EM (ตามความเหมาะสม)

รวมเป็น 100 กก.

วิธีการทำ/การนำไปใช้

นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำเก็บไว้ในกระสอบ ไม่ให้มีความชื้น

การให้กิน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

หมูที่ได้รับอาหารสูตรนี้จะโตเร็ว ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงเพียง 3 เดือนได้น้ำหนักประมาณ 100-120 กิโลกรัม

สมุนไพร ที่สามารถรักษาและป้องกันไม่ให้หมูเป็นหวัดด้วยวิธีการง่าย ๆ ด้วยวิธีการดังนี้

นำใบตะไคร้ ประมาณ 2 กำมือ มาให้หมูกินเป็นประจำ ประมาณ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยในการป้องกันและรักษาหมูเป็นหวัดได้เป็นอย่างดี

** ในช่วงที่หมูยังไม่มีอาการเป็นหวัดให้กินประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่ถ้าหมูเกิดมีอาการป่วย เป็ดหวัดอยู่ ต้องนำมาให้หมูกินเป็นประจำทุกวันจนกว่าหมูจะหายจากอาการป่วย

อาหาร สุกร จริง ๆ แล้วผู้ที่เลี้ยงสุกรส่วนใหญ่มักจะประยุกต์ใช้จากหลาย ๆ สูตร ซึ่งแล้วแต่ว่าวัตถุดิบในพื้นที่ของตนมีอะไรบ้าง จึงอยากให้ลองทำสูตรนี้ดูเพราะทำง่าย วัตถุดิบก็หาง่ายเช่นเดียวกัน

อาหารหมูประหยัดต้นทุนอีกสูตร

วัสดุอุปกรณ์

1. อาหารหมู 5 ถ้วย
2. รำอ่อน 2 ถ้วย
3. ปลายข้าว (ไม่ต้ม) 2 ถ้วย
4. ปลายข้าว 1 ถ้วย (นำไปต้ม)
5. เกลือป่น 1 ถุงเล็ก

วิธีการทำ

1. นำปลายข้าวที่ได้ 1 ถ้วยตวง ไปต้มให้สุก
2. นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วก็สามารถนำไปเลี้ยงหมูได้เลย

วิธีการใช้

– นำส่วนผสมที่ได้ไปเลี้ยงหมูได้เลย ซึงอัตราส่วนดังกล่าวข้างต้น สามารถนำไปเลี้ยงหมูได้ 9 ตัว ต่อ 1 มื้อ (หมูขนาด 15 – 30 กิโลกรัม)

– หรืออีกวิธีหนึ่งง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย นั่นก็คือ เอาต้นกล้วยมาสับละเอียดหรือตำให้ละเอียดก็ได้ แล้วคลุกเคล้าก้บเศษอาหารที่ทานเหลือ ๆ จากครัวเรือนแล้วให้สุกรกิน แค่นี้ก้ได้แล้วค่ะ เพียงแต่ต้องระวังก้างปลานิดนึงนะคะอันตรายค่ะ กลัวไปติดคอเอา ลองทำดู

ขอบคุณข้อมูลจาก : kaijeaw.com

Facebook Comments
Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *