สาวปริญญาโท แชร์ประสบการณ์ปลดหนี้ ด้วยเกษตรพอเพียง

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

สาวปริญญาโท แชร์ประสบการณ์ปลดหนี้ ด้วยเกษตรพอเพียง

สวัสดีค่ะ วันนี้ทางเพจวิชาชีวิต มีเรื่องราวที่น่าสนใจจะมาแบ่งปันให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้เขียนกระทู้ลงพันทิป เพื่อที่จะปลดหนี้ ซึ่งสามารถเป็นแนวทางและกำลังใจที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจะตั้งใจทำอะไรสักอย่าง และไปให้ถึงจุดหมายกันนะคะ

ตอนที่ 1 “คำขอท้า” 22 พฤศจิกายน 2557 (เขียนบนเว็บบอร์ดพันทิป ครั้งที่ 1) 

เริ่มเรื่องมาจากว่า เธอได้ประกาศ คำขอท้า เพื่อให้สมาชิก PANTIP เป็นพยานว่าเธอจะปลดหนี้และทำตามเป้าหมายต่างๆ เราเรียนจบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ ปริญญาโทวิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์ ในสาขาที่ไม่ค่อยมีใครเรียนกัน (ตอนเรียนสนุกมาก แต่หางานทำลำบากจริงๆ) เคยทำงานมาก่อนแล้ว แต่ลาออก เพราะคุณพ่อป่วยหนักซึ่งปัจจุบันคุณพ่อเสียชีวิตแล้ว และตอนนี้กำลังไปทำหน้าที่เป็นอาจารย์ใหญ่ที่เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยที่เราจบมาค่ะ

หลังจากที่คุณพ่อเสีย เราก็กลับมาอยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณแม่ เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และสิ่งสำคัญที่ได้รับรู้ขณะอยู่บ้านก็คือ “เรามีหนี้สินค่ะ” มากมายก่ายกอง จากการเรียนของเราต่อเนื่อง 7 ปีและคุณพ่อป่วยในช่วงปีหลังๆ ทำให้บ้านขาดสภาพคล่อง เกิดการกู้หนี้ยืมสิน โดยมีคุณแม่ (ผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก – ของเรา) เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ซึ่งเรื่องหนี้นั้นเรารู้มาพอควร ตั้งแต่เริ่มเรียนปอโท แต่ไม่คิดว่าจะมากมายขนาดนี้ (ประมาณ 700, 000 บาท)

ด้วยความที่เราจบสายวิทยาศาสตร์ชีวภาพและโทสุขภาพ ในสาขาที่เฉพาะทางมากๆ การหางานค่อนข้างลำบากพอควร (ถ้าจะทำงานตรงสายจริงๆ) แต่เรามีช่องทางหนึ่งที่สนใจก็ คือ รับราชการค่ะ

เป้าหมายที่เราจะทำให้สำเร็จในอีก 1 ปี นับจากนี้ (พฤจิกายน 2557)
1. เราจะสอบเข้ารับราชการให้ได้ ไม่ว่ากรมหรือหน่อยงานไหนเปิดสอบ เราจะสอบค่ะ

2. เราจะใช้หนี้นอกระบบ ให้ได้ก่อน (55,000 บาท)

3. เริ่มใช้หนี้กองทุนหมู่บ้านและธนาคารหมู่บ้าน ทยอยใช้ไป มีเท่าไหร่ ใช้ให้หมด

ตอนที่ 2 ครบรอบ 2 ปี 8 เดือน หลังจากตั้งกระทู้ในพันทิป (24 กรกฎาคม 2560)

เราบอกในกระทู้ว่า ให้ “พันทิป” เป็นพยาน ว่าเรา “จะพยายาม และจะประสบความสำเร็จ”
และจะกลับมาตั้งกระทู้ในอีก 1 ปีถัดมา คือวันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งเราก็ไม่ได้ตั้งกระทู้ตามกำหนด เพราะหลายอย่างยังไม่ลงตัวแบบที่เราหวังไว้ แต่วันนี้เรามาทำตามสัญญา ที่เราเคยให้ไว้กับพันทิปและกับใครหลายท่านที่ร่วมแสดงความคิดเห็นในกระทู้ เมื่อ 2 ปี 8 เดือน ที่แล้ว

เรามีเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3 ข้อ คือ
1. เราจะสอบเข้ารับราชการให้ได้

ผลคือ : เราสอบเข้ารับราชการได้ 2 กรม พร้อมๆ กัน ซึ่งเราเลือกกรมหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย และปัจจุบันเรามีความสุขกับงานในหน้าที่มาก

2. เราจะใช้หนี้นอกระบบให้แม่

ผลคือ : เราชำระเรียบร้อยแล้ว ภายใน 1 ปี

3. ใช้หนี้กองทุนหมู่บ้านฯ และธนาคารหมู่บ้าน

ผลคือ : เราใช้หนี้หมดแล้ว ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปีกว่าๆ

ปัจจุบันเราเป็นหนี้ 2 ก้อน คือกรุงไทยและสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนี้ในระบบ และสามารถบริหารจัดการได้ โดยไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นเราก็มีเงินเก็บนิดหน่อยและซื้อสลากออมสินอีกบางส่วน

หลักการง่ายๆ สำหรับเราในการบริหารจัดการเงินคือ นอกจากใช้หนี้แล้ว เราต้องแบ่งเงินออกเป็นหลายๆ ส่วน เช่น

– เงินสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน (อาหารการกิน สิ่งของเครื่องใช้ โทรศัพท์ ค่าน้ำค่าไฟ)

– เงินเก็บ (เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินหรือจำเป็น **ขาดไม่ได้นะ)

– เงินสำหรับการลงทุน (แนะนำว่าให้ลงทุนในสิ่งที่ตนถนัด)

– เงินสำหรับเพิ่มพูนความรู้ (ซื้อหนังสือ เข้าฝึกอบรม ฯลฯ)

อย่างที่เราเขียนบรรยายไว้ในกระทู้เมื่อ 2 ปี 8 เดือนที่แล้วว่า เราเห็นกระทู้ สร้างเนื้อสร้างตัว ประสบความสำเร็จในชีวิต ปลดหนี้ มีเงิน และใช้ชีวิตแบบพอเพียงอย่างมีความสุข ….. เราเห็นตัวอย่างของใครหลายๆ คน ในพันทิปแห่งนี้ ที่ทำให้เรามีแรงบันดาลใจ *** ดีต่อใจ

ปัจจุบันนี้ นอกจากเราจะสามารถบริหารจัดการหนี้สินได้แล้ว เราได้เริ่มทำสิ่งที่เรารัก และสิ่งๆ นั้นสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวของเราและคนในชุมชน โดยที่เราใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต และสอนคนรอบข้าง โดยการยกตัวอย่างไปพร้อมๆ กัน

ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีข้อสำคัญ 1 ข้อที่เราควรนำมาปฏิบัติคือ “มีภูมิคุ้มกัน” หมายถึง เราต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เรียกง่ายๆ ว่า ต้องอยู่ได้ ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจหรือสังคม สิ่งแวดล้อม ณ ขณะนั้นๆ จะเป็นเช่นไร….. สำหรับเรา เราเน้นกระจายความเสี่ยง บวกกับการใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่า ยกตัวอย่างเช่น

1. การแบ่งรายรับออกเป็นช่วงเวลา
รายวัน * เราเพาะถั่วงอกขาย ทำให้เรามีเงินเข้ามาทุกวัน

รายสองสามวัน * เราซื้อขนมในชุมชน มาส่งแม่ค้า (รายได้จากส่วนต่างราคา)

รายสัปดาห์ * เราทำกล้วยตากช่วงเสาร์อาทิตย์ ขายวันธรรมดา หมดทุกรอบ

รายเดือน * เงินเดือนของทุกคนในครอบครัว

รายปี * เราปลูกกล้วย น้อยหน่า ซึ่งให้ผลผลิตรายปี (ปลูกเยอะพอควร)

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ที่เตรียมปลูกอีกหลายร้อยต้น และเสาวรสที่คนแถวบ้านมาจอง ตั้งแต่ยังเป็นเมล็ด

2. การแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตเราตื่นแต่เช้าเพาะถั่วงอก ตัดถั่วงอกส่งร้านค้าก่อน 06.00 น. ดูแลไก่ไข่ 4 ตัว ปลาดุก 1 อ่าง (ลดรายจ่าย) และรดน้ำต้นกล้าผลไม้ เดินทางไปทำงาน เริ่มทำงานตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น. (งานหลวงอย่าให้ขาด)

แวะซื้อสินค้าในชุมชน มาส่งแม่ค้า กลับถึงบ้าน ทานข้าว พักผ่อน เริ่มแพ็คกล้วยตาก ขนม เตรียมส่งขาย

เสาร์ – อาทิตย์ ก็แวะไปดูสวนบ้าง รอดูกล้วยและมะละกอเจริญเติบโต ตัดหญ้าใส่ปุ๋ย อ้อ ลืมบอกไปว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่ปลูก เราใช้ระบบ organic ทั้งหมดนะคะ เพราะดีต่อสุขภาพและไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคด้วยค่ะ

ฝากสำหรับสมาชิกชาวพันทิปนะคะ ท่านใดที่ผ่านไปมาในเส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1048 ถนนจากอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ถึงอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง สามารถแวะมาทักทายกันได้ พอดีเราทำเพิงเล็กๆ ขายของอยู่ริมทาง (คุณแม่ช่วยเฝ้าร้าน) เราแจกผลไม้ organic 1 ชุด/1 ครอบครัว “ฟรีค่ะ” ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 (อย่าลืมหลังไมค์เข้ามาล่วงหน้าก่อนนะคะ จะได้เตรียมของทัน ฮ้าๆ) *** เราไม่ได้ต้องการโฆษณานะคะ แค่อยากแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับพันทิพย์และเพื่อนๆ สมาชิกจ้า

ท้ายนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้ใครหลายๆ ท่านที่กำลังพยายามสร้างเนื้อสร้างตัว พยายามปลดหนี้ พยายามให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พยายามเพื่อครอบครัว ฯลฯ คุณทำได้ สู้ๆๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับเรื่องราวดีๆที่นำมา หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่ตั้งเป้าหมายในชีวิต และทำให้สำเร็จ หากใครชื่นชอบเรื่องราวดีๆแบบนี้หรืออยากรู้เรื่องราวอื่นๆ ก็สามารถไปกดถูกใจและติมตามเพจของเราได้ทาง facebook: วิชาชีวิต

ขอขอบคุณ : สมาชิกพันทิป Ph.D FS / พันทิพ / ideadeede

Facebook Comments
Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *