ทนายสงกานต์แนะ วิธีรับมือ… เมื่อโดนตำรวจ ค้นตัว ค้นรถ เอาไว้ใช้ยามคับขันได้

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

ทนายสงกานต์แนะ วิธีรับมือ… เมื่อโดนตำรวจ ค้นตัว ค้นรถ เอาไว้ใช้ยามคับขันได้

ในสังคมไทยในปัจุบัน มันก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป เพราะฉะนั้นเราเองต้องรู้หลักกฏหมายไว้บ้างเพื่อป้องกันตัวและรักษาสิทธิที่เราควรจะได้รับใช่ไหมละคะ วันนี้จงขอนำเสนอ วิธีรับมืออย่างไรเมื่อคุณโดนตำรวจตรวจค้นให้เราไม่โดนเอารัดเอาเปรียบโดยไม่รู้ตัว โดยจะของหยิบยกวิธีการที่ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายชื่อดัง ที่ได้อธิบายไว้ดังนี้ค่ะ

“กระผมมิได้มีเจตนาที่จะชี้โพรงให้กระรอกใดๆแต่กระผมจะขอให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวด้านกฏหมายไว้ป้องกันตัวตามสถานะการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น”

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดจำต้อง กระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิ์ของตน หรือ ของผู้อื่นให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้าย อันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้น เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย”

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 บัญญัติว่า “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์ สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทด แทนเพื่อการนั้น”

สมมติว่าถ้าถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นนั้นเราสามารถทำอะไรได้บ้างและเรามีสิทธิ์ที่จะถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอไว้ได้หรือไม่?

แนะข้อ 1. ถ้าเราถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอไว้ โดยไม่เป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้นต้องขอเรียนว่าเราสามารถกระทำได้โดยชอบเพราะถือว่าเป็นการป้องกันสิทธิ์ของตนได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

แนะข้อ 2. การถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอ ขณะตรวจค้นนั้นจะมีทั้งผลดีและผลเสียก็ให้เราจดแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ให้ทราบเลยว่าถ้าเรามีสิ่งของผิดกฎหมายก็จะได้เป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีกับตัวของเราเอง แต่ถ้าไม่มีก็จะเป็นหลักฐานในการยืนยันความบริสุทธิ์ของตนจริงหรือไม่

แนะข้อ 3. ก่อนการตรวจค้นเราก็ต้องขอให้เจ้าหน้าที่แสดงความบริสุทธิ์ใจเช่นเดียวกัน เช่นแสดงบัตรประจำตัว, ข้าราชการ, ถลกแขนเสื้อแขนยาวขึ้น, ล้วงกระเป๋าเสื้อควักออกมา, ล้วง กระ เป๋า กางเกงสองข้างควักออกมาเพื่อให้เห็นว่าไม่มีสิ่งซุกซ่อนอยู่ และขอให้เจ้าหน้าที่ที่ตรวจค้นและเราต่างร่วมกันถ่ายภาพวิดีโอไว้พร้อมกัน เพื่อเป็นหลักฐานทั้งสองฝ่าย

แนะข้อ 4. เจ้าหน้าที่ที่ตรวจค้นจะต้องแสดงตนโดยเปิดเผย มิใช่ใส่หน้ากากคุมหน้าหรือสวมหมวกไอ้โม่ง อันเป็นข้อพิรุธหรือข้อสงสัยของผู้สัญจรไปมา อันไปสู่การวิตกหรือกังวลใดใดต่อการตรวจค้นในครั้งนั้น

แนะข้อ5. อย่าอาย ให้ร้องดังๆ “ช่วยด้วยๆๆ” ขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณืผิดปกติ เพื่อให้คนมอง แล้วเอาวิกฤตเป็นโอกาส ให้ไทยมุงใครก็ได้ช่วยถ่ายวีดีโอไว้ขณะนั้น

แนะข้อ6. ให้บุคคลที่แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยเจ้าพนักงานฯนั้น ต้องแสดงบัตรประจำตัวทุกคน แล้วให้ไทยมุงช่วยๆกัน ถ่ายภาพหรือถ่ายคลิปวีดีโอไว้ พร้อมอ่านชื่อ~สกุล ดังๆ และสังกัดของแต่ละคนดังๆ

แนะข้อ7. ตัวเราหรือร้องขอให้ไทยมุงช่วยโทรแจ้ง191หรือ ตำรวจท้องที่หรือนักข่าว, มายังที่เกิดเหตุ

แนะข้อ8. ให้เจ้าพนักงานที่จะทำการตรวจค้นเรานั้นโดยเราขอให้แต่ละบุคคลถลกแขนเสื้อขึ้นให้หมดทุกคนและถลกกระเป๋ากางเกงออกให้ดูด้วยพร้อมให้ไทยมุงช่วยบันทึกภาพหรือบันทึกวิดีโอไว้

แนะข้อ9. ตัวเราเองก็ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจเช่นกัน ถลก กระเป๋ากางเกง ทั้งสองข้าง ออก ให้เจ้า พนักงานดู

แนะข้อ10. หาทางรีบติดต่อญาติหรือคนใกล้ชิดให้ได้เร็วที่สุดให้มาหาเรา ณ ที่เกิดเหตุหรือ ณ จุดเกิดเหต สมมติว่าถ้าเราอยู่ตัวคนเดียวตะโกนดังว่าขอให้พี่ๆไทยมุงอย่าเพิ่งไปไหนอยู่กันเยอะๆได้โปรดอยู่เป็นเพื่อนก่อน

แนะข้อ11. ถ้าเราถูกควบคุมตัวถ้าของกลางมิใช่ของๆเราห้ามหยิบห้ามจับห้ามแตะเด็ดขาดขอย้ำ

แนะข้อ12. อย่าไปกลัวถูกซ้อมอย่าไปกลัวถูกข่มขู่ถ้าเราไม่ผิดนั้น อย่าลงชื่อใดๆในเอกสารทั้งสิ้นและถ้าจำต้องลงชื่อในเอกสารใดๆและมีหลายแผ่นนั้นขอให้อ่านช้าๆและอ่านให้เข้าใจแต่ละหน้าซึ่งถ้าถ้อยคำหรือข้อความไม่ใช่หรือไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงแล้วนั้นต้องขอให้แก้ไขให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วจึงลงชื่อย่อๆแต่ละหน้าๆเพื่อป้องกันการแก้ไขหรือเพิ่มเติม

แนะข้อ13. ถ้าเราไม่ได้กระทำความผิดอย่าชี้จุ เกิดเหตุให้ถ่ายภาพหรืออย่าชี้ของกลางถ้าไม่ใช่ของเราอย่าชี้เด็ดขาด

แนะข้อ14. ขณะถูกควบคุมตัวให้ญาติ,พี่น้อง,คนไว้วางใจ นั่งเฝ้าจนกว่าจะนำตัวส่งศาล

แนะข้อ15. ขณะให้การใดๆร้องขอให้จนท.ติดตามผู้ซึ่งไว้วางใจหรือ ทนาย ความ เข้าฟังการสอบสวนจนกว่าจะแล้วเสร็จ

แนะข้อ16. ถ้าเราไม่ผิดให้สวมวิญญาณนักร้อง(เรียน)เพื่อร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน และหน่วยงานของรัฐหรือใช้สิทธิ์ทางศาลตามกระบวนการยุติธรรม

สรุปกรณีอุทธาหรณ์ดังกล่าวข้างต้นนั้นท่านสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสมหรือพฤติการณ์แต่ละเหตุการณ์หรือแล้วแต่สถานะการณ์เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านไม่มากก็น้อย

บทความดังกล่าวไมได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลใดหรือองค์กรใดๆทั้งสิ้นนำเสนอเพื่อเป็นวิทยาทานเท่านั้นค่ะ

ขอบคุณข้อมูล:khaisod

Facebook Comments
Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *