เคล็ดลับ “การเพาะเมล็ด” ผักแต่ละชนิด สูตรนี้ได้กินแน่นอน

Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

เคล็ดลับ “การเพาะเมล็ด” ผักแต่ละชนิด สูตรนี้ได้กินแน่นอน

ปัจจุบันนั้นเมล็ดพันธุ์ต่างๆมีราคาสูงขึ้น ทำให้เราต้องใส่ใจรายละเอียดในการนำเมล็ดพืชต่างๆมาปลูก เพื่อลดต้นทุนในการปลูกในแต่ละรอบ สำหรับเรื่องนี้เราจะเสนอวิธีการเพาะเมล็ดผักสวนครัวแแต่ละชนิด ว่ามีเคล็ดลับในการเพาะเมล็ดยังไงให้มี อัตรางอกเยอะ โอกาสรอดสูง เจริญเติบโตจนให้เราได้เก็บเกี่ยวมารับประทานได้

1. การเพาะเมล็ดผักบุ้งจีน

นำเมล็ดแช่น้ำก่อนประมาณ 6 – 12 ชั่วโมง นำเฉพาะเมล็ดที่จมน้ำไปเพาะ ( เมล็ดที่จมน้ำจะเพาะสำเร็จ 100 % )

– ผักบุ้งจะใช้เวลางอกประมาณ 5 – 14 วัน

– อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอก 18 – 25 องศาเซลเซียส

– อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 20 – 25 วัน

2. การเพาะเมล็ดคื่นช่าย

นำเมล็ดแช่น้ำประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง แล้วห่อด้วยผ้า หรือใส่กล่องพลาสติกถนอมอาหาร ปิดฝาให้สนิทแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 24 ชั่วโมง แล้วนำมาเพาะตามปกติ จะทำให้มีโอกาสสูงในการเพาะสำเร็จจนเจริญเติบโตเป็นต้น

– คื่นฉ่ายจะใช้เวลางอกประมาณ 5 – 7 วัน

– อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกคือ 15 – 20 องศาเซลเซียส

– อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 70 – 80 วัน

3. การเพาะเมล็ดผักชี

นำเมล็ดมาห่อด้วยกระดาษหรือผ้าแล้วใช้ท่อพีวีซี กลิ้งคลึงเมล็ดให้แตกเป็น 2 ซีก แล้วนำไปแช่น้ำอุ่นประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง แล้วนำไปเพาะตามปกติจะทำให้ผักชีงอกได้เร็วขึ้น

– ปกติผักชีจะใช้เวลางอกประมาณ 5 – 7 วัน

– ผักชีไทย อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 40 – 50 วัน

– ผักชีลาวอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 55 – 60 วัน

4. การเพาะเมล็ดผักชีฝรั่ง

นำเมล็ดแช่น้ำอุ่นประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง แล้วนำไปเพาะตามปกติ

– โดยจะใช้เวลางอกประมาณ 5 – 7 วัน

– อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 100 – 120 วัน

5. การเพาะเมล็ดพืชตระกูลแตง

ได้แก่ แตงกวา, แตงโม, แคนตาลูป, เมล่อน, แตงไทย, ฟักทอง, น้ำเต้า ฯลฯ นำเมล็ดมาแช่น้ำอุ่นประมาณ 40 – 50 องศาเซลเซียส โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง หรือจนกว่าเมล็ดจะจมน้ำ จากนั้นให้นำเมล็ดมาเพาะในกล่องพลาสติกถนอมอาหารโดยวางรองด้วยกระดาษชำระพรมน้ำให้ชุ่ม จากนั้นปิดฝาให้สนิท นำไปตากแดดในช่วงเช้าประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง จะทำให้เมล็ดงอกเร็วขึ้น โดยปกติจะใช้เวลาในการงอกประมาณ 4 – 7 วัน เมื่อเมล็ดเริ่มงอกก็นำไปเพาะลงวัสดุปลูกต่อไป

– แตงโมเปลือกลาย, แตงโมเปลือกดำ อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 35 – 40 วันหลังจากดอกบาน

– แตงไทย อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50 – 55 วันหลังจากหยอดเมล็ด

– แตงกวา อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 6 – 7 วันหลังดอกบาน

– เมล่อน, แคนตาลูป อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 40 – 60 วันหลังผสมเกสร (แล้วแต่ชนิดของสายพันธุ์)

6. การเพาะเมล็ดพืชกลุ่มพริก

ได้แก่ พริก,มะเขือ, มะเขือเทศ นำเมล็ดมาแช่น้ำอุ่นประมาณ 50 องศาเซลเซียส โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง หรือจนกว่าเมล็ดจะจมน้ำ จากนั้นให้นำเมล็ดมาเพาะในกล่องพลาสติกถนอมอาหารโดยวางรองด้วยกระดาษชำระพรมน้ำให้ชุ่ม จากนั้นปิดฝาให้สนิท นำไปตากแดดในช่วงเช้าประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง จะทำให้เมล็ดงอกเร็วขึ้น โดยปกติจะใช้เวลาในการงอกประมาณ 5 – 10 วัน เมื่อเมล็ดเริ่มงอกก็นำไปเพาะลงวัสดุปลูกต่อไป

– มะเขือเทศ อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 70 – 80 วันหลังจากหยอดเมล็ด

– พริก อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50 – 60 วันหลังจากหยอดเมล็ด

– มะเขือเปราะ อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50 – 60 วันหลังจากหยอดเมล็ด

7. การเพาะเมล็ดปวยเล้ง

เป็นพืชที่หลายคนคิดว่าเพาะได้ยาก แต่จริงๆแล้วการเพาะปวยเล้งไม่ยากอย่างที่คิดแต่อาจจะใช้เวลา และเทคนิคยุ่งยากกว่าเมล็ดพืชชนิดอื่น โดยมีขั้นตอนดังนี้

– นำเมล็ดปวยเล้งไปแช่ในน้ำเย็นประมาณ 1 คืน แต่อย่านานกว่านั้นเพราะเมล็ดจะเน่าได้

– นำกล่องพลาสติกถนอมอาหารที่มีฝาปิดมิดชิด รองด้านในด้วยกระดาษชำระประมาณ 2 – 3 ชั้น แล้วพรมน้ำให้พอชุ่มทั่วกระดาษแต่อย่าให้ท่วมกระดาษมากเกินไป ให้เทน้ำที่ค้างออกด้วยนะคะ

– นำเมล็ดปวยเล้งที่แช่น้ำมาแล้วประมาณ 3 – 5 ชั่วโมงมาล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วนำเมล็ดไปโรยลงบนกระดาษชำระในกล่องพลาสติกถนอมอาหารปิดฝาให้สนิทแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น (ช่องแช่ปกติ) อุณหภูมิของตู้เย็นปกติจะอยู่ที่ประมาณ 4 – 7 องศา C ซึ่งเป็นอุณหภูมิทีเหมาะต่อการงอกของเมล็ดปวยเล้งอยู่แล้ว

– ประมาณ 7 – 14 วัน ปลายเมล็ดปวยเล้งจะเริ่มแตกออก และมีปลายรากโผล่ออกมาจากเมล็ด จึงสามารถนำเมล็ดที่มีรากงอกออกมานั้นไปเพาะลงวัสดุปลูกได้ค่ะ

อายุเก็บเกี่ยวปวยเล้งประมาณ 35 – 45 วัน (นับจากวันปลูก)

8. การเพาะเมล็ดผักสลัดชนิดต่างๆ

เพาะกล้าสลัดโดยใช้กล่องถนอมอาหารที่มีฝาปิดสนิท รองด้านในด้วยกระดาษชำระประมาณ 2 ชั้นแล้วพรมน้ำให้กระดาษเปียก และเทน้ำออก จากนั้นให้นำเมล็ดสลัดมาโรยลงบนกระดาษชำระ โดยไม่ต้องพรมน้ำซ้ำ แล้วปิดฝากล่องให้สนิท (แนะนำให้นำไปวางไว้ในที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น ห้องปรับอากาศ หรือในตู้แช่ผัก) ประมาณ 24 – 48 ชั่วโมงเมล็ดจะเริ่มงอกให้ย้ายลงวัสดุปลูกได้เลยค่ะ

อย่าปล่อยให้ 72 ชั่วโมง (3 วัน) เพราะรากจะยาวเร็วมากและทำให้ย้ายปลูกได้ยาก การกระตุ้นการงอกด้วยวิธีนี้จะทำให้เมล็ดที่เราเพาะมีเปอร์เซ็นต์การงอกและความสม่ำเสมอของการงอกสูงขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่จะเข้าทำลายเมล็ดจากการเพาะเมล็ดลงวัสดุปลูกโดยตรง ให้ผักที่ปลูกมีความสม่ำเสมอของต้นที่เท่ากัน มากกว่าการเพาะลงในวัสดุปลูกโดยตรง เนื่องจากการเพาะลงวัสดุปลูกโดยตรงนั้นเมล็ดสลัดมีความเสี่ยงที่จะถูกทำลายโดยเชื้อโรคหรือแมลง อีกทั้งผู้ปลูกยังควบคุมปัจจัยการงอกของเมล็ดได้ยากกว่าด้วย

Facebook Comments
Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Tweet about this on Twitter
Twitter

แชร์เลย...!!!

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *